สตง. แถลงผลสอบไทยพีบีเอส พบปัญหา
ผลสอบไทยพีบีเอส จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังมีการแถลงผลตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและการบริหารงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยพบข้อสังเกตหลายด้าน ทั้งการจ้างผลิตรายการ การจ่ายค่าตอบแทน การวัดผลการดำเนินงาน ตลอดจนการใช้ทรัพย์สินขององค์กร
ผลสอบไทยพีบีเอส พบข้อบกพร่องอะไรบ้าง
สตง. ระบุว่า การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังได้รับเรื่องร้องเรียนภายในองค์กรในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 โดยคณะกรรมการตรวจสอบใช้เวลารวบรวมข้อมูลและเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างรอบคอบ การตรวจสอบครอบคลุมทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นสำคัญที่พบคือ การจ้างผลิตรายการ “ข่าวเจาะย่อโลก” ในช่วงปี 2560-2568 ซึ่งใช้วิธีจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดย สตง. ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับลักษณะงาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต และการไม่มีข้อมูลประเมินเรตติ้งอย่างเพียงพอ จึงอาจไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาขั้นสุดท้ายจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การจ่ายค่าตอบแทนยังไม่มีระเบียบชัดเจน
อีกประเด็นที่อยู่ใน ผลสอบไทยพีบีเอส คือการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการในช่วงปี 2566-2568 โดย สตง. พบว่าไทยพีบีเอสยังไม่มีระเบียบหรือหลักเกณฑ์เฉพาะที่ประกาศใช้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับอัตรา วิธีการ และเงื่อนไขการเบิกจ่าย
ที่ผ่านมาองค์กรอาศัยแนวทางภายในและการอนุมัติวงเงินตามคำสั่งมอบอำนาจเป็นการชั่วคราว ต่อมาเมื่อมีระเบียบด้านการเงิน การบัญชี และการงบประมาณฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2567 แนวทางเดิมจึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักเกณฑ์สำหรับการจ่ายเงินได้ สตง. มองว่าการจ่ายค่าตอบแทนที่เกิดขึ้นในปี 2568 อาจเป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับวินัยการเงินการคลัง และเสนอให้พิจารณาความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง
ปัญหาการวัดผลและระบบข้อมูล
สตง. ยังพบว่า แม้ไทยพีบีเอสจะได้รับงบประมาณปีละกว่า 2,000 ล้านบาท และประมาณครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดหาและผลิตสื่อ แต่ตัวชี้วัดบางส่วนยังไม่สะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดหลายครั้ง ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ โครงการผลิตและจัดหารายการจำนวนมากดำเนินการเป็นรายปี เมื่อโครงการใดไม่ได้รับการดำเนินการต่อ ยังขาดการวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นระบบ ข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมจากระบบ One Thai PBS ก็ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การนำข้อมูลไปใช้วางแผนผลิตเนื้อหายังไม่เต็มประสิทธิภาพ
- ระบบ BMP ยังเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับแผนงานได้ไม่ครบถ้วน
- ระบบ BMS ยังไม่ครอบคลุมการเผยแพร่รายการผ่านช่องทางออนไลน์
- ฐานข้อมูลไฟล์รายการยังแยกอยู่ตามหน่วยงานภายใน
- การวัดผลผู้ชมยังไม่สะท้อนการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
- หลักเกณฑ์การประเมินผลตอบแทนทางสังคม หรือ SROI ยังไม่ชัดเจน
ข้อเสนอแนะจาก สตง. ต่อไทยพีบีเอส
สตง. เสนอให้ไทยพีบีเอสกำหนดทิศทางองค์กรและตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับภารกิจ ใช้ตัวชี้วัดเดิมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นพัฒนาการ รวมถึงเร่งพัฒนาฐานข้อมูลผู้ชมให้เชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว นอกจากนี้ควรยกระดับระบบ BMP และ BMS ให้รองรับการทำงานทุกแพลตฟอร์ม และปรับปรุงการสำรวจความคิดเห็นให้เก็บข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น โดยเฉพาะเหตุผลของผู้ที่ไม่ได้รับชมรายการ
สำหรับกรณีการใช้รถส่วนกลางของผู้บริหาร สตง. ระบุว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด โดยพบข้อสังเกตว่าองค์กรมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายประจำตำแหน่ง แต่ยังไม่มีระเบียบการใช้รถส่วนกลางที่ชัดเจน ขณะเดียวกันมีผู้บริหารบางรายได้รับค่าตอบแทนการใช้รถและยังใช้รถส่วนกลางด้วย ประเด็นนี้คาดว่าจะมีการส่งผลการตรวจสอบกลับไปยังไทยพีบีเอสหลังผู้ว่าการ สตง. ลงนาม
โดยสรุป ผลสอบไทยพีบีเอส สะท้อนความจำเป็นในการยกระดับระบบกำกับดูแล การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้เงินสาธารณะให้โปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น การมีระเบียบที่ชัดเจน ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน และตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์จริง จะช่วยให้องค์กรสื่อสาธารณะทำงานได้คุ้มค่าและตอบโจทย์ประชาชนมากกว่าเดิม
มุมมองที่น่าสนใจคือ การตรวจสอบไม่ควรจบเพียงการระบุข้อบกพร่อง แต่ควรนำไปสู่การปรับปรุงระบบอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกงบประมาณที่ใช้ไปจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง
ที่มา – สตง. แถลงผลสอบไทยพีบีเอส พบปัญหาจ้างผลิตรายการ-จ่ายค่าตอบแทนไร้ระเบียบ