วิกฤตตอ.กลางดันต้นทุนถุงมือยาง Top Glove จ่อปรับราคาเกือบเท่าตัว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังกระทบวงการถุงมือยางกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ วิกฤตตอ.กลางดันต้นทุนผลิตถุงมือยางพุ่ง Top Glove จ่อปรับขึ้นราคาขายเกือบเท่าตัว สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างผลกระทบลูกโซ่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมถุงมือยางของมาเลเซียที่กำลังเจอปัญหาหนัก ทั้งราคาวัตถุดิบแพง ค่าขนส่งพุ่ง และเส้นทางค้าขายล่าช้า
วิกฤตตอ.กลางดันต้นทุนผลิตถุงมือยางพุ่ง Top Glove จ่อปรับขึ้นราคาขายเกือบเท่าตัว
นักวิเคราะห์จาก Maybank IB ชี้ว่าอุตสาหกรรมถุงมือยางมาเลเซียกำลังเผชิญต้นทุนผลิตที่ทะยานขึ้นต่อเนื่อง ราคาน้ำยางไนไตรล์และน้ำยางธรรมชาติขยับตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เส้นทางการขนส่งไปยุโรปและสหรัฐฯ ยังเสี่ยงล่าช้าจากปัญหาความไม่สงบ ส่งผลให้ผู้ผลิตอย่าง Top Glove ต้องปรับตัวหนัก
ไม่ใช่แค่นั้นครับ ค่าพลังงานอย่างก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในโรงงานผลิตก็แพงขึ้นด้วย ทำให้มาเลเซียเสียเปรียบคู่แข่งจากจีนที่ใช้ถ่านหินราคาถูกกว่า Top Glove ในฐานะยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดของโลก จึงประกาศชัดว่าจะปรับราคาขายถุงมือยางไนไตรล์ใน 2 เดือนข้างหน้า หลังราคาวัตถุดิบหลักกระฉูดจาก 750 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน กลายเป็น 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว!
Top Glove จ่อปรับราคาจากวิกฤตตอ.กลางดันต้นทุนผลิตถุงมือยางพุ่ง
ดร.ลิม วี ไช ประธาน Top Glove ระบุว่าบริษัทต้องปรับราคาเฉลี่ยขึ้น 7-9 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,000 ชิ้นในเดือนเมษายน และอาจปรับอีกในพฤษภาคม เพื่อชดเชยต้นทุนที่น้ำยางไนไตรล์กินสัดส่วนถึง 50% ของการผลิตทั้งหมด ปัจจุบันบริษัทสำรองวัตถุดิบไว้ใช้ได้แค่ 10-14 วัน สำหรับกำลังผลิตมหาศาล 4,600 ล้านชิ้นต่อเดือน
เพื่อรับมือ Top Glove ปรับกลยุทธ์สั่งซื้อถี่ขึ้น จากเดิมรายเดือน และกระจายแหล่งนำเข้าดังนี้:
- 40-50% จากในประเทศมาเลเซีย
- เกาหลีใต้
- ไต้หวัน
- จีน
- ไทย
ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาอุปทานตึงตัวได้ดีครับ
ผลกระทบต่อลูกค้าและตลาดถุงมือยาง
การปรับราคาครั้งนี้อาจทำให้ลูกค้าที่ чувствитель к цене หันไปใช้ถุงมือยางธรรมชาติแทน โดยเฉพาะถ้าราคาไนไตรล์แตะ 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,000 ชิ้น ซึ่งอาจจุดกระแสความต้องการยางธรรมชาติกว่าครับ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Top Glove คาดการณ์แบบนี้
แม้ตอนนี้ตลาดจะเจอปัญหาหนัก ทั้งอุปทานล้นเกิน เงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในระยะยาว นักวิเคราะห์มองบวก อุตสาหกรรมจะฟื้นจากเทคโนโลยีใหม่และจัดการต้นทุนดีขึ้น โดย Top Glove ที่มีฐานะแข็งแกร่งน่าจะนำร่องได้
สรุปแล้ว วิกฤตตอ.กลางดันต้นทุนผลิตถุงมือยางพุ่ง Top Glove จ่อปรับขึ้นราคาขายเกือบเท่าตัว เป็นสัญญาณเตือนให้อุตสาหกรรมปรับตัวด่วน หากคุณเป็นผู้ใช้ถุงมือยางในโรงพยาบาลหรืออุตสาหกรรม อาจต้องเตรียมงบประมาณเพิ่มนะครับ ในมุมผมคิดว่ามันเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตไทยอย่างบางบริษัทได้ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นด้วย
คุณคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? ลองแชร์ประสบการณ์หรือคาดการณ์อนาคตในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมถุงมือยางแบบเรียลไทม์!
ที่มา – วิกฤตตอ.กลางดันต้นทุนผลิตถุงมือยางพุ่ง Top Glove จ่อปรับขึ้นราคาขายเกือบเท่าตัว