วัดเครือวัลย์ เอาผิด อดีตไวยาวัจกร ปลอมลายเซ็น!
วัดเครือวัลย์ เอาผิด อดีตไวยาวัจกร – ผู้ช่วย ปลอมลายเซ็นเจ้าอาวาส ถอนเงินวัด วันเว้นวัน กว่า 240 ครั้ง รวม 56 ล้าน ตามอายัดได้เพียง 15-16 ล้าน
เมื่อวันที่ 16 ส.ค.68 ที่ห้องพรหมคุณ วัดเครือวัลย์ เขตบางกอกใหญ่ นายอานุภาพ พูลพันธ์, นายปกรัฐ กนกธนาพร และนายชัชวาล อัชฌากุล ไวยาวัจกรฝ่ายกฎหมาย วัดเครือวัลย์ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีนายกฤษณ์ อุรัสยะนันท์ อดีตไวยาวัจกร และนายชัยณรงค์ นพรัตน์ ผู้ช่วยไวยาวัจกร

ทำการปลอมแปลงลายมือชื่อสมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี (มนตรี คณิสสโร) เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ และกรรมการมหาเถรสมาคม ถอนเงินออกจากบัญชีวัดกว่า 240 ครั้ง เป็นจำนวนเงินกว่า 56 ล้านบาท

นายอานุภาพ กล่าวว่า การกระทำความผิดของอดีตไวยาวัจกร แบ่งเป็น 3 คดี ในคดีแรก ตรวจพบการกระทำความผิดเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2567 วัดได้รับบริจาคจากกองทัพเรือเป็นแคชเชียร์เช็ค 1.5 ล้านบาท ลงวันที่ 10 เม.ย.2567 โดยในแคชเชียร์เช็คระบุชื่อส่งมอบให้วัด จึงต้องนำเข้าบัญชีวัด เจ้าอาวาสจึงมอบหมายให้นายกฤษณ์ที่ยังเป็นไวยาวัจกรวัดในครั้งนั้น นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของวัด
ต่อมาวัดสอบถามถึงเงินในบัญชีจากนายกฤษณ์ แต่นายกฤษณ์อ้างว่ามอบให้นายชัยณรงค์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยไวยาวัจกร แต่นายชัยณรงค์ ปฏิเสธบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ในภายหลังวัดไปขอรายงานการเบิก-ถอนบัญชีวัด พบว่ามีการถอนเงินไปทั้งหมด 6 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงเม.ย.เป็นต้นมา รวมเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท
เจ้าอาวาสจึงมอบหมายให้แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ เพื่อดำเนินคดี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่า นายชัยณรงค์เบิกจ่ายเงินจากบัญชีวัดไปทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ สรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ และพนักงานอัยการอยู่ระหว่างสรุปสำนวนส่งฟ้อง ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน
นายอานุภาพ กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 หลังจากการกระทำผิดของชัยณรงค์ ทำให้ทีมงานไวยาวัจกรชุดใหม่ที่ได้รับแต่งตั้งช่วงเดือน ก.ย.2567 ตรวจสอบเอกสารที่แสดงรายการเดินบัญชีธนาคาร พบว่าในเดือนมกราคม 2564 นายชัยณรงค์มอบเช็ค ลงวันที่ 12 ม.ค.2564 จำนวน 1 ล้านบาท และเงินสดกว่า 2 แสนบาท ให้กับนายกฤษณ์ เพื่อนำเข้าบัญชีธนาคารในนามวัด เพื่อใช้เป็นเงินบำรุงอาคารเก็บอัฐิผู้ล่วงลับของวัดเครือวัลย์
แต่จากการตรวจสอบย้อนหลัง ปรากฏว่าไม่มีการนำฝากเงินจำนวนนี้แต่อย่างใด ตนจึงแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีกับนายกฤษณ์ ในฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ไปเป็นของตนโดยทุจริต แจ้งความไว้ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2567 ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานบุคคลและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง เตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ
สำหรับคดีที่ 3 ไปขอตรวจสอบเอกสารที่แสดงรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลังทุกธนาคาร ตั้งแต่ปี 2557-2567 พบว่ามีการทำธุรกรรมผิดปกติจำนวน 4 บัญชี โดยเบิกถอนเงินวันเว้นวัน รวม 240 ครั้ง พบว่าปลอมลายมือชื่อเจ้าอาวาส เนื่องจากส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน
โดยแต่ละครั้งถอนเงินในยอดเไม่เกิน 300,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของธนาคารที่แจ้งไว้ว่า หากเบิกเงิน 300,000 บาทขึ้นไป จะต้องโทรสอบถามกับเจ้าของบัญชี ซึ่งตรงนี้เป็นช่องว่างที่นาย กฤษณ์ทราบดี เพราะเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารมาก่อน
จึงทำให้การเบิกจ่ายแต่ละครั้งไม่มีผู้ใดทราบ คดีนี้เจ้าอาวาสมอบหมายให้ตน แจ้งความดำเนินคดีกับนายกฤษณ์และชัยณรงค์ ในฐานความผิดลักทรัพย์, ยักยอกทรัพย์ และใช้เอกสารปลอม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
นายชัชวาล กล่าวว่า ผู้ต้องหายักยอกเงินวัดไปทั้งหมดกว่า 56 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้เพียงแค่ 15-16 ล้านบาท
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของนายกฤษณ์และนายชัยณรงค์ มีเงินสดกว่า 2 ล้าน ส่วนที่เหลือเป็นทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านและคอนโดมีเนียม เป็นต้น ส่วนเงินอีกกว่า 40 ล้านบาท อยู่ระหว่างการขยายผลการตรวจสอบต่อไป
“ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ท่านเจ้าอาวาสมอบหมายให้ทีมไวยาวัจกรวัดชุดใหม่ เป็นผู้ดำเนินคดี ท่านเจ้าอาวาสยอมรับว่า ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ท่านไม่เคยมาตรวจดูเอกสาร เพราะท่านเชื่อใจอดีตไวยาวัจกร แต่เมื่อเกิดเรื่องทำให้ท่านไม่สบายใจ
แต่หลังจากนี้ท่านก็จะถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญ เรื่องเงินบัญชีวัดจะต้องมีความรัดกุม โดยจากนี้จะดำเนินการตามมติมหาเถรฯ ในการประชุมครั้งที่ 19/2568 โดยให้วัดมีคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพย์สิน คอยดูแลกิจการของวัดให้เป็นไปอย่างโปร่งใสต่อไป” นายชัชวาล กล่าว
วัดเครือวัลย์ เอาผิด อดีตไวยาวัจกร ปลอมลายเซ็น เจ้าอาวาส ถอนเงินวัด 56 ล้าน
เรื่องราวการทุจริตในวัดเป็นข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า กรณี วัดเครือวัลย์ เอาผิด อดีตไวยาวัจกร ปลอมลายเซ็น เจ้าอาวาส ถอนเงินวัด 56 ล้าน บาท เป็นเครื่องเตือนใจให้พุทธศาสนิกชนร่วมกันสอดส่องดูแลทรัพย์สินของวัด เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
ทำไมเรื่อง วัดเครือวัลย์ เอาผิด อดีตไวยาวัจกร ปลอมลายเซ็น ถึงเป็นอุทาหรณ์สำคัญ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดเครือวัลย์นี้ สะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจภายในองค์กร และความจำเป็นในการสร้างระบบการจัดการทรัพย์สินที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตและรักษาสัทธาของประชาชน
ความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ระบบที่รัดกุมและตรวจสอบได้ คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งกว่า การร่วมมือกันของทุกฝ่าย ทั้งคณะสงฆ์ ญาติโยม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยสร้างสังคมที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
ข่าว วัดเครือวัลย์ เอาผิด อดีตไวยาวัจกร ปลอมลายเซ็น เจ้าอาวาส ถอนเงินวัด 56 ล้าน ทำให้เราต้องกลับมามองว่า เราจะช่วยกันป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร
ที่มา – วัดเครือวัลย์ เอาผิด อดีตไวยาวัจกร ปลอมลายเซ็น เจ้าอาวาส ถอนเงินวัด 56 ล้าน