ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง 6% หลังอิหร่านถล่มโรงงานใน UAE-บาห์เรน

ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง 6% หลังอิหร่านถล่มโรงงานใน UAE-บาห์เรน สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดโลหะทั่วโลกในทันที เหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางครั้งนี้ไม่เพียงทำให้ราคาโลหะพื้นฐานสำคัญทะยานสูง แต่ยังก่อให้เกิดความกังวลต่อห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบางของอุตสาหกรรมยานยนต์ การบิน และพลังงานหมุนเวียน
ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง 6% หลังอิหร่านถล่มโรงงานใน UAE-บาห์เรน
ในช่วงเปิดตลาดลอนดอนเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ราคาอะลูมิเนียมบนตลาด LME (London Metal Exchange) พุ่งทะลุ 6% สู่ระดับ 3,492 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จากราคาปิดก่อนหน้าที่ต่ำกว่านั้นมาก สาเหตุหลักมาจากการโจมตีของอิหร่านต่อโรงงานผลิตอะลูมิเนียมสำคัญ 2 แห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และบาห์เรน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอะลูมิเนียมชั้นนำของโลก โดยมีสัดส่วนการผลิตสูงถึง 10-15% ของปริมาณทั้งหมด
บริษัท Emirates Global Aluminium (EGA) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ได้แถลงยืนยันว่าโรงงานในกรุงอาบูดาบีได้รับความเสียหายรุนแรงจากการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มี.ค. ขณะที่ Aluminium Bahrain (Alba) รัฐวิสาหกิจของบาห์เรน ก็กำลังเร่งตรวจสอบความเสียหายที่โรงงานของตนเช่นกัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค ทำให้เส้นทางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกขัดขวาง ส่งผลให้การนำเข้าวัตถุดิบอย่างบอกไซต์และการส่งออกอะลูมิเนียมล่าช้า
ผลกระทบจากการโจมตีโรงงานอะลูมิเนียม
ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง 6% หลังอิหร่านถล่มโรงงานใน UAE-บาห์เรน ไม่ได้ส่งผลแค่ในตลาดโลหะเท่านั้น แต่ยังลามไปยังหุ้นของบริษัทผู้ผลิตในออสเตรเลียที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกระแสข่าว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากโรงงานเหล่านี้หยุดชะงักนานเกิน 1-2 สัปดาห์ ราคาอาจทะยานไปแตะ 4,000 ดอลลาร์ต่อตันได้ง่ายๆ
- อุตสาหกรรมยานยนต์: อะลูมิเนียมใช้ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและตัวถังเบา ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจะกดดันกำไรของผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก
- การบินและอวกาศ: เครื่องบินรบและพลเรือนต้องการอะลูมิเนียมจำนวนมาก การขาดแคลนอาจชะลอโครงการใหญ่ๆ
- พลังงานหมุนเวียน: แผงโซลาร์เซลล์และโครงสร้างกังหันลมใช้โลหะนี้ ส่งผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
- การก่อสร้าง: อาคารและสะพานที่ใช้อะลูมิเนียมอัลลอยด์จะมีต้นทุนสูงขึ้น
สถานการณ์ตะวันออกกลางและอนาคตของราคาอะลูมิเนียม
ก่อนหน้านี้ ราคาอะลูมิเนียมเคยผันผวนจากปัญหาการขนส่งและสงครามในภูมิภาคมาแล้ว แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าด้วยการโจมตีโดยตรงต่อโรงถลุงหลัก แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มเปิดอีกครั้ง แต่ความเสียหายที่โรงงานจะใช้เวลาซ่อมนานหลายเดือน ผู้ผลิตทางเลือกในจีน รัสเซีย และออสเตรเลียอาจไม่สามารถชดเชยอุปทานได้ทันท่วงที
อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กระป๋องน้ำอัดลมไปจนถึงโครงสร้างยานอวกาศ โดยทั่วโลกผลิตได้ปีละกว่า 70 ล้านตัน ตะวันออกกลางมีบทบาทสำคัญเพราะมีค่าไฟฟ้าถูกสำหรับกระบวนการหลอมที่กินพลังงานสูง เหตุการณ์ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง 6% หลังอิหร่านถล่มโรงงานใน UAE-บาห์เรน จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่นักลงทุนต้องจับตา
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การกระจายแหล่งผลิตอะลูมิเนียมให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากภูมิภาคเดียว หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่ใช้โลหะนี้ ควรเตรียมแผนสำรองและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นต่อไป
ที่มา – ราคาอะลูมิเนียมพุ่ง 6% หลังอิหร่านถล่มโรงงานใน UAE-บาห์เรน