มอส จักริน ถือธงนำทัพไทยในพิธีเปิดเอเชียนพาราเกมส์

มอส จักริน ถือธงนำทัพไทย

บรรยากาศของมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 “ไอจิ-นาโกยา 2026” กำลังได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ครั้งนี้เจ้าภาพเตรียมการแข่งขันไว้ทั้งหมด 18 ชนิดกีฬา และมีเหรียญทองให้ชิงชัยรวม 492 เหรียญ ขณะที่ประเทศไทยส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมรวม 265 คน ครบทุกชนิดกีฬาที่กำหนดไว้

หนึ่งในภาพสำคัญของพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ คือการปรากฏตัวของ “มอส” จักริน ดำมุนี นักกรีฑาพาราทีมชาติไทย ผู้พิการทางสายตา คลาส T13 ซึ่งได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ถือธงไตรรงค์นำขบวนนักกีฬาไทยเข้าสู่สนามกีฬา ปาโลมะ มิซูโฮะ ในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 หน้าที่นี้ถือเป็นเกียรติครั้งใหญ่ และเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนักกีฬาพาราไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

มอส จักริน ถือธงนำทัพไทย สานฝันจากวัยเด็ก

สำหรับ มอส จักริน ดำมุนี เขาคือนักกีฬาที่สร้างผลงานโดดเด่นในการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 “หางโจว 2022” ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยคว้าได้ถึง 2 เหรียญทอง ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากทีมงานและเพื่อนร่วมทีมให้เป็นผู้ถือธงชาติไทยในพิธีเปิดครั้งนี้

นักกรีฑาหนุ่มเปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพราะเป็นความฝันที่คิดไว้ตั้งแต่ยังเด็ก การได้เดินนำขบวนนักกีฬาไทยเข้าสู่สนามแข่งขันจึงไม่ใช่เพียงภารกิจสำคัญของตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว ทีมงาน และแฟนกีฬาชาวไทยทั่วประเทศ เขาตั้งใจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และใช้ช่วงเวลานี้เป็นแรงผลักดันก่อนลงสนามแข่งขันจริง

นอกจากหน้าที่ถือธงแล้ว มอส จักริน ยังเตรียมลงแข่งขัน 2 รายการ ได้แก่ วิ่ง 100 เมตรชาย และวิ่ง 400 เมตรชาย ในคลาส T13 ทั้งสองรายการเป็นการแข่งขันที่เขาตั้งเป้าหมายไว้เพื่อป้องกันแชมป์จากครั้งที่ผ่านมา เจ้าตัวระบุว่าเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านร่างกาย เทคนิคการวิ่ง และการวางแผนการแข่งขัน จึงไม่ได้รู้สึกกดดันมากเกินไป และพร้อมทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกระยะ

ความพร้อมของนักกีฬาไทยก่อนลงสนาม

การเตรียมตัวของนักกีฬาพาราทีมชาติไทยในครั้งนี้มีรายละเอียดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมเฉพาะบุคคล การดูแลอาการบาดเจ็บ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ รวมถึงการวางแผนด้านโภชนาการ นักกีฬาทุกคนต้องรักษาสมดุลระหว่างการฝึกหนักกับการพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่สุดในวันที่ลงแข่งขันจริง

ทีมงานไทยยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการดูแลสภาพจิตใจของนักกีฬา เพราะการแข่งขันระดับเอเชียมีทั้งความคาดหวังและแรงกดดัน นักกีฬาบางคนเป็นเจ้าของเหรียญรางวัลจากการแข่งขันครั้งก่อน ขณะที่บางคนกำลังลงสนามในรายการใหญ่เป็นครั้งแรก การสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นภายในทีมจึงช่วยให้นักกีฬามีสมาธิ และสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่

ศูนย์ไทยเฮาส์สนับสนุนทัพนักกีฬาไทย

การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ได้เปิดให้บริการศูนย์อำนวยการและศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือ “ศูนย์ไทยเฮาส์” ที่เมืองนาโกยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ศูนย์แห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาไทยตลอดช่วงการแข่งขัน โดยมีบริการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การฟื้นฟูร่างกาย และคำแนะนำด้านโภชนาการอย่างครบถ้วน

ศูนย์ไทยเฮาส์มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักกีฬาฟื้นตัวหลังการฝึกซ้อมหรือการแข่งขัน นักกีฬาสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกาย วางแผนการพักฟื้น และปรับแนวทางการรับประทานอาหารให้เหมาะกับชนิดกีฬา นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับประสานงานระหว่างนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

พิธีเปิดศูนย์ไทยเฮาส์อย่างเป็นทางการกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี การเปิดศูนย์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนนักกีฬาพาราไทยอย่างเต็มกำลัง ไม่ใช่เพียงการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน แต่ยังดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังการแข่งขัน

  • ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา: ช่วยวิเคราะห์สมรรถภาพร่างกายและออกแบบแนวทางฟื้นฟูให้เหมาะกับนักกีฬาแต่ละคน
  • ด้านโภชนาการ: ให้คำแนะนำเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเติมพลังงานและรักษาความพร้อมก่อนลงสนาม
  • ด้านการแพทย์: สนับสนุนการดูแลอาการบาดเจ็บและติดตามสุขภาพของนักกีฬาอย่างใกล้ชิด
  • ด้านการประสานงาน: เป็นศูนย์กลางข้อมูลสำหรับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย

เป้าหมายเหรียญทองของทีมชาติไทย

สำหรับเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ทัพนักกีฬาไทยตั้งเป้าหมายคว้าเหรียญรางวัลให้ได้ไม่น้อยกว่าผลงานในการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยทำได้ 27 เหรียญทอง เป้าหมายดังกล่าวถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ เพราะทุกชาติเตรียมทีมมาอย่างเต็มที่ และมาตรฐานการแข่งขันกีฬาพาราในทวีปเอเชียพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ชนิดกีฬาที่มีโอกาสลุ้นเหรียญทอง ได้แก่ วีลแชร์เรซซิ่ง กรีฑา เทเบิลเทนนิส วีลแชร์ฟันดาบ แบดมินตัน บอคเซีย ยิงปืน ว่ายน้ำ ยิงธนู จักรยาน ยกน้ำหนัก และเทควันโด แต่ละประเภทมีนักกีฬาไทยที่ผ่านการฝึกซ้อมและการแข่งขันระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้

กรีฑาเป็นหนึ่งในกีฬาความหวังของไทย เพราะมีนักกีฬาหลายคนที่ทำสถิติได้ดีและมีประสบการณ์บนเวทีใหญ่ ขณะที่วีลแชร์เรซซิ่ง ว่ายน้ำ และแบดมินตันก็มีนักกีฬาที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี ส่วนกีฬาประเภททีมและกีฬาที่ต้องอาศัยความแม่นยำ เช่น บอคเซีย ยิงปืน และยิงธนู จะต้องใช้สมาธิและการวางแผนอย่างละเอียดทุกครั้งที่ลงสนาม

การที่ มอส จักริน ถือธงนำทัพไทย จึงเป็นภาพแทนของความพยายามและการเดินทางของนักกีฬาพาราทุกคน เขาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำขบวนเข้าสู่สนามเท่านั้น แต่ยังส่งต่อกำลังใจให้เพื่อนร่วมทีมและคนไทยที่ติดตามการแข่งขันอยู่ที่บ้าน เรื่องราวของเขาแสดงให้เห็นว่า ความฝันสามารถกลายเป็นจริงได้ เมื่อมีความมุ่งมั่น การฝึกซ้อมอย่างมีวินัย และแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง

แฟนกีฬาชาวไทยสามารถร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ได้ตลอดช่วงการแข่งขัน ทุกเหรียญรางวัลมีความหมาย แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือความกล้าหาญ ความพยายาม และการทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถของนักกีฬาทุกคน เชื่อว่าการสนับสนุนจากแฟนกีฬาไทยจะเป็นพลังสำคัญให้ทีมชาติไทยก้าวผ่านทุกความท้าทายและสร้างความประทับใจกลับบ้าน

มุมมองส่งท้าย: การทำหน้าที่ของมอส จักริน และการสนับสนุนจากศูนย์ไทยเฮาส์ คือภาพสะท้อนว่าความสำเร็จของนักกีฬาพาราเกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย ขอเชิญชวนคนไทยติดตามและส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาไทยตลอดการแข่งขัน

ที่มา – มอส จักริน ถือธงนำทัพไทยร่วมพิธีเปิด – กกท. ให้บริการศูนย์ไทยเฮาส์นักกีฬาเต็มที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *