มวยไทยเป็นมรดกตกทอดของคนไทย ไม่มีใครผูกขาดได้

มวยไทยเป็นมรดกตกทอดของคนไทย ไม่มีใครผูกขาดได้

ประเด็นเรื่องสิทธิในการดูแลและส่งเสริมมวยไทยกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากมีหนังสือจากสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ หรือ IFMA ที่อาจทำให้หลายฝ่ายเข้าใจว่าองค์กรดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจเพียงหนึ่งเดียวในการกำกับดูแลมวยไทยทั่วโลก ประเด็นนี้ทำให้คนในวงการมวยไทย ทั้งค่ายมวย นักกีฬา ผู้จัดการแข่งขัน และผู้ทำงานด้านวัฒนธรรม ต่างจับตาอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด บิ๊กเอ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า มวยไทยเป็นมรดกตกทอดของคนไทย และไม่มีองค์กรใดสามารถผูกขาดมวยไทยได้เพียงฝ่ายเดียว เพราะมวยไทยไม่ใช่แค่กีฬาการต่อสู้ แต่ยังเป็นศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และมรดกที่สืบทอดต่อกันมาจากคนไทยหลายชั่วอายุคน

มวยไทยเป็นมรดกตกทอดของคนไทย และเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญ

มวยไทยมีบทบาทสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับนานาชาติ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเรียนมวยไทย ขณะที่นักกีฬาจากหลายประเทศก็เลือกฝึกฝนศิลปะแม่ไม้มวยไทยอย่างจริงจัง ทั้งการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก รวมถึงการไหว้ครูและการเคารพคู่ต่อสู้ สิ่งเหล่านี้ทำให้มวยไทยมีเอกลักษณ์แตกต่างจากศิลปะการต่อสู้ประเภทอื่น และกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก

การผลักดันมวยไทยจึงควรเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ สมาคมกีฬา ค่ายมวย นักมวย ผู้ฝึกสอน ผู้จัดการแข่งขัน และชุมชนท้องถิ่น ทุกฝ่ายควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม พร้อมทำงานภายใต้กติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ การเปิดพื้นที่ให้หลายองค์กรมีส่วนร่วมจะช่วยให้มวยไทยเติบโตได้อย่างแข็งแรงกว่าการให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้ควบคุมแต่เพียงผู้เดียว

กฎหมายไทยกำหนดหน่วยงานดูแลมวยไทยอย่างไร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า กฎหมายไทยมีกรอบการดูแลกีฬามวยอย่างชัดเจน โดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลกิจการมวยในประเทศไทย การดำเนินงานต่าง ๆ จึงควรเป็นไปตามกฎหมายไทย และต้องคำนึงถึงประโยชน์ของนักกีฬา ผู้ประกอบการ ค่ายมวย และผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม

จุดยืนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยปิดกั้นการทำงานขององค์กรนานาชาติ ตรงกันข้าม รัฐบาลยังพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับ IFMA และองค์กรกีฬาต่างประเทศ เพื่อพัฒนามวยไทยให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีโอกาสก้าวเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือนั้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาคและการเคารพอำนาจตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

ความแตกต่างระหว่างมวยไทยสมัครเล่นกับมวยไทยอาชีพ

อีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ มวยไทยสมัครเล่นและมวยไทยอาชีพมีวัตถุประสงค์ รวมถึงรูปแบบการแข่งขันแตกต่างกัน มวยไทยสมัครเล่นมักให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬา จึงมีการใช้อุปกรณ์ป้องกันบางประเภท และมีกติกาที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ ส่วนมวยไทยอาชีพมีลักษณะเป็นการแข่งขันเชิงกีฬาและความบันเทิง โดยมีกฎหมายกีฬามวยรองรับ รวมถึงมีระบบค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองนักมวยที่แตกต่างกัน

การแยกประเภทของมวยไทยอย่างชัดเจนจะช่วยลดความสับสน และทำให้ผู้จัดการแข่งขันสามารถวางมาตรฐานได้เหมาะสมกับรูปแบบของรายการ นักกีฬาก็จะได้รับการดูแลตรงตามความต้องการ ขณะเดียวกัน ผู้ชมยังสามารถติดตามการแข่งขันได้อย่างเข้าใจมากขึ้น การพัฒนากีฬามวยไทยในระยะยาวจึงควรให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัย คุณภาพการแข่งขัน และการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไปพร้อมกัน

เปิดกว้าง แต่ต้องไม่ผูกขาดมวยไทย

รัฐบาลไทยยืนยันแนวทางการแข่งขันที่เปิดกว้างและเป็นธรรม ไม่แทรกแซงการทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ เกินความจำเป็น พร้อมสนับสนุนให้ทุกองค์กรเข้ามาร่วมพัฒนามวยไทยอย่างสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับการแทรกแซงกิจกรรมมวยไทยเชิงพาณิชย์หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้กฎหมายและการดูแลของประเทศไทย

การทำให้มวยไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลกจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่การสร้างกำแพงระหว่างองค์กรหรือประเทศ หากทุกฝ่ายยึดหลักความโปร่งใส เคารพสิทธิของกันและกัน และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วม มวยไทยก็จะสามารถเติบโตได้ทั้งในด้านกีฬา เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม

  • ส่งเสริมมาตรฐานการฝึกสอนและการจัดการแข่งขันให้มีคุณภาพ
  • คุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของนักมวยทุกระดับ
  • สนับสนุนค่ายมวยไทยในประเทศและต่างประเทศอย่างเป็นธรรม
  • รักษาพิธีไหว้ครู แม่ไม้มวยไทย และคุณค่าทางวัฒนธรรม
  • สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยกับองค์กรนานาชาติโดยไม่ผูกขาด

ท้ายที่สุดแล้ว มวยไทยเป็นมรดกตกทอดของคนไทย ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษาและต่อยอด ไม่ว่าจะเป็นนักมวย ครูมวย แฟนกีฬา หรือประชาชนทั่วไป การร่วมกันผลักดันมวยไทยด้วยความเข้าใจและความรับผิดชอบ จะช่วยให้ศิลปะการต่อสู้นี้ก้าวไกลไปสู่สายตาชาวโลกโดยยังคงรักษารากเหง้าความเป็นไทยไว้อย่างภาคภูมิใจ มุมมองที่น่าสนใจคือ มวยไทยจะเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเสมอภาค มากกว่าการพยายามเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

ที่มา – รมว.กีฬา เผย มวยไทย เป็นมรดกตกทอดของคนไทย ไม่มีใครผูกขาดได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *