พิพัฒน์สั่งสอบ เครนถล่มทับรถไฟ ดูแลผู้ประสบเหตุ

พิพัฒน์ สั่งอธิบดีกรมราง – รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. เร่งลงพื้นที่เหตุเครนถล่มทับรถไฟ สีคิ้ว พร้อมประสานกระทรวงแรงงาน ใช้เงินประกันสังคมเยียวยา

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 14 ม.ค.2569 ที่จ.ภูเก็ต นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวถึงเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ว่า จุดเกิดเหตุบริเวณโครงการรถไฟรางคู่ที่สีคิ้ว กม. 21 ซึ่งตนได้รับรายงานจากรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และอธิบดีกรมราง ได้รายงานเบื้องต้นว่า อยู่ระหว่างการเดินทางไปที่เกิดเหตุ เท่าที่ทราบจากรายงาน มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บประมาณ 20 คน

ขณะเดียวกัน ได้ให้กระทรวงคมนาคม ประสานไปยังกระทรวงแรงงานว่า ผู้ที่เสียชีวิตเป็นผู้ใช้แรงงานหรือไม่ หากเป็นผู้ใช้แรงงาน จะประสานสำนักงานประกันสังคม ดำเนินการเรื่องเงินกองทุนทดแทนเพื่อเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต

ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ นายพิพัฒน์ ระบุว่า รักษาการผู้ว่ารฟท. และอธิบดีกรมราง ยังอยู่ระหว่างการเดินทางเข้าพื้นที่ จึงขอรอให้เข้าพื้นที่ก่อน เพื่อให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่เบื้องต้นขอแสดงความเสียใจ กับผู้ที่บาดเจ็บ และเสียชีวิต

เมื่อถามว่ามีผู้บาดเจ็บยังติดอยู่ในรถไฟมากเท่าไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้เท่าที่ได้รับรายงานคือบาดเจ็บ 20 คน

เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สร้างความเสียใจให้กับหลายฝ่าย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุ และให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเต็มที่

อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องทบทวนมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกในอนาคต การตรวจสอบอย่างละเอียดถึงสาเหตุของเครนถล่มทับรถไฟครั้งนี้ จะช่วยให้ทราบถึงจุดบกพร่องและนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

พิพัฒน์สั่งสอบสวนเหตุเครนถล่มทับรถไฟ

การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้บาดเจ็บหรือครอบครัวผู้เสียชีวิต ทุกคนควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม การประสานงานกับกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมเพื่อดำเนินการเรื่องเงินกองทุนทดแทนเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องและควรเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ประชาชนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุ และมาตรการป้องกันในอนาคต จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจอันดีต่อโครงการก่อสร้างต่างๆ ของภาครัฐ

ความคืบหน้าเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟ

เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างมาก การดำเนินการที่โปร่งใสและรวดเร็วในการสอบสวนและการเยียวยา จะเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเสียใจและความกังวลของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด การลงทุนในระบบความปลอดภัย การฝึกอบรมบุคลากร และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ควรมีการทบทวนแผนการจัดการความเสี่ยงและมาตรการความปลอดภัยในการดำเนินงานโครงการก่อสร้างต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีการป้องกันอุบัติเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ

การเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการทำงานให้ดีขึ้น การเปิดเผยข้อมูลและผลการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา จะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและช่วยสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ

หวังว่าเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟครั้งนี้จะเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระบบการจัดการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของประเทศไทย

ที่มา – พิพัฒน์ สั่ง กรมราง-รฟท. ลงพื้นที่สอบสาเหตุ เครนถล่มทับรถไฟ ดูแลคนเจ็บ-เสียชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *