พิพัฒน์ เผยไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย
ไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาแถลงข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2566 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีแผนรับมือที่ชัดเจน ไม่ปล่อยให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันในตลาด
ไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ทดแทนตะวันออกกลาง
จากศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายพิพัฒน์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องเรือมยุรีนารีที่มีลูกเรือไทย 23 คน โดยช่วยเหลือได้ 20 คนแล้ว และกำลังเดินทางกลับไทย แต่ประเด็นหลักที่ประชาชนให้ความสนใจคือผลกระทบต่อราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลที่รัฐบาลตรึงราคาไว้จนถึง 16 มี.ค. นี้
ค่าการกลั่นน้ำมันที่พุ่งสูงถึง 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลอาจปรับขึ้นหลังครบกำหนด แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสม ไม่ให้กระทบผู้ใช้รถใช้ถนนและภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป สำหรับน้ำมันเบนซิน จะปรับราคาตามสถานการณ์รายสัปดาห์ ตามราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งแตะ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
กลไกการกระจายน้ำมันและบริษัทค้าส่ง
นอกจากราคาหน้าสถานีบริการ นายพิพัฒน์ ยังชี้แจงถึงน้ำมันภาคอุตสาหกรรมที่ซื้อผ่านระบบขายส่งกับพ่อค้าคนกลาง (Jobber) โดยบริษัทใหญ่เช่น ปตท. บางจาก และคาลเท็กซ์ มีบริษัทลูกค้าส่งของตัวเอง ขณะที่บริษัทอื่นๆ เช่น พีที ซัสโก้ เชลล์ เน้นขายปลีกเป็นหลัก
- ปตท. และบางจาก: มี Jobber และบริษัทค้าส่งในเครือ
- พีที, ซัสโก้: เน้นสถานีบริการน้ำมัน
- เชลล์: อาจมีขายส่งบ้าง แต่ไม่แน่นอน
รัฐบาลมั่นใจว่าจะจัดหาน้ำมันดิบทดแทนได้ 50% จากช่องแคบฮอร์มุซที่เสี่ยงภัย โดยข่าวดีคือสหรัฐฯ อาจเลิกบอยคอตประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ทำให้ไทยเตรียมเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาด น้ำมันสำรองปัจจุบันเพียงพอ 98 วัน และอาจเพิ่มไบโอดีเซลจาก 7% เป็น 10-20% เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางต่อราคาพลังงานไทย
สถานการณ์การสู้รบทำให้ราคาน้ำมันดิบผันผวน รัฐบาลจึงมีมาตรการตรึงราคาดีเซลชั่วคราว และทยอยปรับตามตลาดโลก รัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ขาดตลาด โดยมีสำรองน้ำมันเพียงพอ และแผน diversification แหล่งนำเข้าใหม่ๆ เช่น จากรัสเซีย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต
นอกจากนี้ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพลังงาน เพื่อวางแผนการใช้พลังงานให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ประกอบการโลจิสติกส์ที่พึ่งพาดีเซลเป็นหลัก การเพิ่มไบโอดีเซลยังเป็นทางเลือกสีเขียวที่ยั่งยืน ลดการปล่อยคาร์บอน และส่งเสริมเกษตรกรผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้ไทยเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือก เช่น ไฟฟ้า ลิเทียมไอออน และไฮโดรเจน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันต่างประเทศในระยะยาว รัฐบาลกำลังทำหน้าที่ได้ดีในการรับมือวิกฤต แต่ประชาชนก็ควรช่วยกันประหยัดพลังงาน หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับราคาน้ำมัน สามารถแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์นี้ได้เลย! ติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวพลังงานล่าสุด