ผู้ว่าการ BOK ชะลอภารกิจต่างประเทศ จับตาวอนอ่อนสุดวิกฤตการเงิน

ผู้ว่าการ BOK ชะลอภารกิจต่างประเทศ จับตาวอนอ่อนสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก
ในสถานการณ์ที่ตลาดการเงินโลกกำลังปั่นปั่นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ผู้ว่าการ BOK ชะลอภารกิจต่างประเทศ จับตาวอนอ่อนสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก กลายเป็นข่าวใหญ่ที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา อี ชาง-ยง ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ หรือ BOK ได้ออกมาเตือนถึงความผันผวนรุนแรงในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หลังจากค่าเงินวอนอ่อนค่าลงอย่างน่าตกใจ ทะลุระดับ 1,500 วอนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008-2009
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในอิหร่านที่ลุกลาม ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเกาหลีใต้พึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100% ทำให้ค่าเงินวอนถูกกดดันหนัก อี ชาง-ยง เลื่อนการเดินทางไปร่วมประชุม IMF ที่กรุงเทพฯ ชั่วคราว เพื่อเรียกประชุมฉุกเฉินกับทีมธนาคารกลางและกระทรวงการคลังในโซล ประเมินสถานการณ์ค่าเงินวอน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และตัวชี้วัดตลาดอื่นๆ อย่างใกล้ชิด
สาเหตุหลักของผู้ว่าการ BOK ชะลอภารกิจต่างประเทศ จับตาวอนอ่อนสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก
ความผันผวนครั้งนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยภายในเศรษฐกิจเกาหลีใต้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัยภายนอกที่รุนแรง ค่าเงินวอนร่วงลงในชั่วข้ามคืน สะท้อนความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกต่อ geopolitics ในตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ซึ่งเป็นชาติอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ ต้องเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อการส่งออกและการผลิต
- ความขัดแย้งอิหร่าน: กระตุ้นราคาน้ำมัน Brent พุ่งเกิน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- การไหลออกของทุน: นักลงทุนต่างชาติถอนเงินจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเกาหลีใต้
- อัตราดอกเบี้ย Fed: ความคาดหวังลดดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ชะลอตัว ทำให้ USD แข็งค่า
- ดุลการค้า: เกาหลีใต้เผชิญแรงกดดันจากยอดนำเข้าน้ำมันเพิ่ม
การตอบสนองของทางการเกาหลีใต้ต่อสถานการณ์วอนอ่อน
คู ยุน ชอล รัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้ ยืนยันต่อรัฐสภาว่าทางการกำลังเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมองว่าความผันผวนนี้มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก หากสถานการณ์คลี่คลาย ตลาดจะกลับสู่สมดุลได้ BOK ออกแถลงการณ์ว่าจะติดตามค่าเงินวอนและบอนด์ยีลด์ เพื่อตรวจสอบว่าห่างไกลจากพื้นฐานเศรษฐกิจมากเกินไปหรือไม่ รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัด และพร้อมแทรกแซงทันทีหากจำเป็น โดยประสานกับรัฐบาลเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวทางทิศทางเดียว
นอกจากนี้ ผู้ว่าการ BOK ยังมีกำหนดเดินทางไปกรุงเทพฯ ในวันนี้ (4 มี.ค. 2569) เพื่อปาฐกถาหลักในงาน “Asia in 2050” ของ IMF ถกประเด็นเอเชียจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกต่อไปหรือไม่ และร่วมเสวนาแนวโน้มเศรษฐกิจ-นโยบายธนาคารกลางเอเชีย อย่างไรก็ตาม วาระผู้ว่าฯ อี ชาง-ยง จะสิ้นสุดเดือนหน้า ทำให้การตัดสินใจครั้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจสุดท้ายที่สำคัญ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย
เหตุการณ์ ผู้ว่าการ BOK ชะลอภารกิจต่างประเทศ จับตาวอนอ่อนสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ไม่ใช่แค่เรื่องเกาหลีใต้ แต่ส่งผลคลื่นลูกใหญ่ไปยังตลาดเอเชีย ค่าเงินวอนอ่อนอาจกระตุ้นเงินบาทไทยให้ผันผวนตาม เนื่องจากไทยส่งออกแข่งขันกับเกาหลีในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อโลกพุ่ง
จากประสบการณ์วิกฤตการเงินโลกปี 2008 ค่าเงินวอนเคยร่วงหนักคล้ายครั้งนี้ ส่งผลให้ BOK ต้องใช้ทุนสำรองแทรกแซงตลาด ปัจจุบันเกาหลีใต้มีทุนสำรองกว่า 420 พันล้านดอลลาร์ เพียงพอรับมือ แต่หากยืดเยื้อ อาจกระทบ GDP โตชะลอตัวเหลือ 1.8% ในปีนี้
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของตลาดเกิดใหม่ต่อเหตุการณ์ geopolitics นักลงทุนควรกระจายพอร์ตไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำหรือพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยง
คำแนะนำ: ติดตามอัพเดทค่าเงินวอนและข่าวตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หากคุณเป็นนักลงทุน สามารถสมัครรับข่าวสารเศรษฐกิจเอเชียจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ผู้ว่าการ BOK ชะลอภารกิจต่างประเทศ จับตาวอนอ่อนสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก