ผู้นำอาเซียนหลายชาติเล็งร่วมพิธีสวนสนามของจีนเดือนหน้า
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ผู้นำอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา คาดว่าจะเข้าร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะ (Victory Day) ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 3 ก.ย. ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2
รายงานข่าวระบุว่า หลายประเทศจะส่งคณะผู้แทนระดับสูงกว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่มากขึ้นของจีนในภูมิภาคอาเซียน
ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย มีแนวโน้มสูงที่จะเข้าร่วมพิธีสวนสนามในครั้งนี้ ขณะที่เวียดนามอาจส่งเลือง เกื่อง ปธน.คนปัจจุบัน มาเข้าร่วมในพิธีนี้ด้วย
นอกจากนี้ ผู้นำจากกัมพูชา ลาว และเมียนมา อาจจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่เมืองเทียนจิน ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อร่วมในพิธีสวนสนามครั้งนี้
ทั้งนี้ จีนจะจัดพิธีสวนสนามที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 3 ก.ย. เพื่อรำลึก 80 ปี วันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสดังกล่าว
สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า การสวนสนามครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นในช่วงปี 2480-2488 และจะมีการ “จัดแสดงกองกำลังรบรูปแบบใหม่ รวมถึงยุทโธปกรณ์อัจฉริยะไร้คนขับ” โดยคาดว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จะเข้าร่วมงานนี้ด้วย
จีนมีแผนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งรัสเซียเข้าร่วมด้วย ที่เมืองเทียนจินในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยผู้นำประเทศสมาชิกมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกวันครบรอบสงครามในกรุงปักกิ่งด้วย
ผู้นำอาเซียนหลายชาติเล็งร่วมพิธีสวนสนามของจีนเดือนหน้า
การเข้าร่วมพิธีสวนสนามของจีนโดยผู้นำอาเซียนหลายชาติเล็งร่วมพิธีสวนสนามของจีนเดือนหน้าถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจหลายประการ ประการแรก มันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างจีนและประเทศในภูมิภาคอาเซียน แม้ว่าจะมีประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่ยังคุกรุ่นอยู่ แต่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้นำเหล่านี้เดินทางไปยังปักกิ่ง
ประการที่สอง การที่หลายประเทศส่งผู้แทนระดับสูงกว่าเมื่อทศวรรษที่แล้ว บ่งชี้ถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในฐานะมหาอำนาจระดับโลก การตัดสินใจเข้าร่วมพิธีสวนสนามถือเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการถึงอิทธิพลที่จีนมีต่อภูมิภาค และอาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับสมดุลอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประการที่สาม การที่ผู้นำจากกัมพูชา ลาว และเมียนมา อาจเข้าร่วมการประชุม SCO ก่อนที่จะเดินทางไปยังปักกิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค SCO ซึ่งมีรัสเซียเป็นสมาชิกหลัก กำลังขยายอิทธิพลในเอเชีย และการที่จีนเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด SCO ทำให้ปักกิ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดวาระการประชุม
การที่ผู้นำอาเซียนหลายชาติเล็งร่วมพิธีสวนสนามของจีนเดือนหน้านี้ ไม่ได้หมายความว่าประเทศเหล่านี้จะละทิ้งความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ หรือชาติมหาอำนาจอื่นๆ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังแสวงหาความสัมพันธ์ที่สมดุลกับทุกฝ่าย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศตนเอง ท้ายที่สุดแล้ว การที่จีนแสดงแสนยานุภาพทางทหารและเทคโนโลยีในการสวนสนามครั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกว่า จีนพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเวทีโลก
ทำไมผู้นำอาเซียนหลายชาติเล็งร่วมพิธีสวนสนามของจีนเดือนหน้าถึงสำคัญ
การตัดสินใจเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองของจีน เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เพราะแต่ละประเทศอาจมีเหตุผลเบื้องหลังที่แตกต่างกันไป อินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน อาจมองว่าการเข้าร่วมเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า ในขณะที่เวียดนาม ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับจีน อาจต้องการแสดงท่าทีที่เป็นมิตรเพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค
สำหรับประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชา ลาว และเมียนมา การเข้าร่วมอาจเป็นผลมาจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่จีนมีต่อประเทศเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของแต่ละประเทศย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังและการตอบโต้จากชาติอื่นๆ ในเวทีระหว่างประเทศ
ดังนั้นการที่ผู้นำอาเซียนหลายชาติเล็งร่วมพิธีสวนสนามของจีนเดือนหน้าจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของจีนในการสวนสนามครั้งนี้ จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอย่างไร? และประเทศต่างๆ จะปรับตัวอย่างไรกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในเวทีโลก? นี่คือคำถามที่ต้องติดตามต่อไป
ที่มา – ผู้นำอาเซียนหลายชาติเล็งร่วมพิธีสวนสนามของจีนเดือนหน้า