ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้นตายชาวเขมร ออกพ้นพื้นที่ 10 ต.ค.นี้

ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้นตาย ให้ประชาชนชาวกัมพูชา ออกพ้นพื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ตลอดแนวชายแดนสระแก้วทุกพื้นที่ ภายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่รุกล้ำอธิปไตย ทำลายหรือขโมยทรัพย์สินราชการ และทำร้ายเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสระแก้วได้ออกแถลงการณ์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา สืบเนื่องจากการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมด่านตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ราชอาณาจักรกัมพูชา

ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยได้นำเสนอข้อเสนอของจังหวัดบันเตียเมียนเจยเกี่ยวกับพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศด้านจังหวัดสระแก้วและจังหวัดบันเตียเมียนเจย ดังนี้

  1. ขอเสนอให้คงสภาพเดิมไว้โดยเคารพข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 และผลการประชุม GBC สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ผลการประชุม RBC ที่ผ่านมา และผลการประชุมชุมพิเศษ GBC เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 และไม่ขยายขอบเขตของปัญหาหรือความขัดแย้ง โดยรอมติจากคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศ คือ กัมพูชา – ไทย ในอนาคต
  2. เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบันทึกความเข้าใจร่วม MOU ปี 2544 และ TOR ปี 2546 ฝ่ายไทยต้องอนุญาตให้ประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางกลับไปในพื้นที่ของตนเองได้ และจะต้องทำการรื้อถอนลวดหนาม ผ้าสแลน และยางรถยนต์ออกจากพื้นที่ที่ไทยได้วางไว้
  3. ขอให้ฝ่ายไทยงดเว้นการกระทำใดๆ เช่น การติดตั้งรั้วลวดหนามเพิ่มเติม การออกหนังสือถือครองกรรมสิทธิ์ การทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ติดรั้วลวดหนาม และการกระทำใด ๆ ในพื้นที่ หรือบริเวณพื้นที่ที่คณะกรรมการ JBC ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงกัน
  4. กรณีที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจังหวัด จะต้องส่งเรื่องไปยัง GBC หรือ JBC จังหวัดสระแก้ว ได้พิจารณา ข้อเสนอของผู้ว่าราชการจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย ราชอาณาจักรกัมพูชา แล้วและได้มีหนังสือตอบข้อเสนอดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้

4.1 จังหวัดสระแก้วขอให้ประชาชนชาวกัมพูชาที่รุกล้ำอพยพออกไปให้ทันแนวพื้นที่อ้างสิทธิ์ตลอดแนวชายแดนจังหวัดสระแก้วทุกพื้นที่ โดยให้ส่งแผนการอพยพยพให้จังหวัดสระแก้ว ก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย – กัมพูชา ครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้นภายในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 นี้ ซึ่งถือเป็นเส้นตายที่ ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้นตาย ไว้

4.2 ให้จังหวัดบันเตียเมียนเจย ปฏิบัติตามข้อเสนอของจังหวัดสระแก้วทั้ง 8 ข้อ ที่ได้เสนอในการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 หากไม่ดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว จังหวัดสระแก้วจะแจ้งในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ในระหว่างวันที่ 25- 27 กันยายน 2568 และจะไม่มีการเจรจาในระดับจังหวัดอีกต่อไป

4.3 จังหวัดสระแก้ว พร้อมดำเนินการกับผู้ที่รุกล้ำอธิปไตย ทำลายหรือขโมยทรัพย์สินของทางราชการ ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนคนไทยตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างเด็ดขาดในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายอุม เรียไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย นำสื่อมวลชนต่างชาติ ที่อยู่ในกัมพูชา เข้าพื้นที่บริเวณที่แนววางลวดหนาม บ้านไปรจัน ตำบลโอเบยเจือน อำเภอโอวโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย

ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้นตายชาวเขมร ออกพ้นพื้นที่ 10 ต.ค.นี้

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาล่าสุด: ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้นตาย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้นตาย ให้ประชาชนชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ การดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง ต้องติดตามดูกันต่อไป

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาชายแดน และความจำเป็นในการเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

ที่มา – ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้นตาย ชาวเขมร ออกพ้นทุกพื้นที่อ้างสิทธิ์ตลอดแนวชายแดนสระแก้ว 10 ต.ค. นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *