ผบช.ก. เผยใกล้ถึงเวลาออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี
ความคืบหน้าคดีตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดีกำลังเป็นที่จับตาอย่างต่อเนื่อง หลังผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ ผบช.ก. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ใกล้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนไม่เกินวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ ตำรวจยังคงย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมดจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน ข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ และพฤติการณ์ของแต่ละบุคคลเป็นหลัก
ผบช.ก. เผยใกล้ถึงเวลาออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีอย่างรอบด้าน โดยมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เพื่อแยกประเด็นและตรวจสอบความเชื่อมโยงของธุรกรรมต่าง ๆ
สำหรับกระแสข่าวที่อาจมีการออกหมายจับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคม เช่น บุ๋ม ปนัดดา และก๊อต อธิป ตำรวจยังไม่ได้ยืนยันว่าจะใช้หมายจับหรือหมายเรียก โดยต้องรอผลการพิจารณาหลักฐานทั้งหมดก่อน การตัดสินใจจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย และคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงความเสี่ยงในการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ผบช.ก. เผยใกล้ถึงเวลาออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี และย้ำหลักฐานต้องชัดเจน
ประเด็นสำคัญของการสอบสวนครั้งนี้คือการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เอกสารทางบัญชี และความเกี่ยวข้องของคณะกรรมการมูลนิธิ โดยตำรวจต้องพิจารณาข้อมูลหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นรายการรับจ่าย การอนุมัติธุรกรรม ผู้มีอำนาจลงนาม รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน การตรวจสอบจึงอาจต้องใช้เวลาเพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและรัดกุมที่สุด
ผบช.ก. ยืนยันว่า ที่ผ่านมาตำรวจได้ตรวจพยานหลักฐานไปเป็นจำนวนมากแล้ว และขณะนี้คดีเข้าใกล้ช่วงที่จะมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การออกหมายใด ๆ ไม่ควรตัดสินจากกระแสข่าวหรือความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่ต้องอาศัยข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรมได้
หนังสือขอความเห็นใจเรื่องลูกไม่มีผลต่อการพิจารณาคดี
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือหนังสือขอความอนุเคราะห์ที่มีการส่งถึงตำรวจ โดยอ้างถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบุตร หากผู้ถูกกล่าวหาถูกจับกุมและไม่ได้รับการประกันตัว ตำรวจชี้แจงว่า หนังสือดังกล่าวไม่มีผลต่อการต่อรองคดีหรือการประกันตัว เพราะเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกันกับประชาชนทั่วไป
การพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ต้องดูเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงพฤติกรรมในชั้นสอบสวน ความเสี่ยงที่จะหลบหนี และความเป็นไปได้ว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิเข้าพบตำรวจหรือยื่นขอประกันตัวได้ แต่ผลจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนและข้อเท็จจริงในคดี
ในมุมของผู้ถูกกล่าวหา การเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนมีหมายจับถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ การแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือกับกระบวนการอาจเป็นข้อมูลหนึ่งที่เจ้าหน้าที่นำไปประกอบการพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พ้นจากการตรวจสอบ หรือทำให้ขั้นตอนทางกฎหมายถูกยกเว้น
ตำรวจเร่งตรวจสอบกรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิ
สำหรับกรรมการมูลนิธิ รวมถึงเหรัญญิกที่ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของตนเองในคดี ตำรวจยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดว่า บุคคลใดมีข้อมูลสำคัญหรือมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินมากน้อยเพียงใด การเรียกบุคคลใดเข้าสอบปากคำเพิ่มเติมจึงต้องดูจากเอกสารและข้อมูลที่ปรากฏในสำนวนเป็นหลัก
กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์บางอย่างอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์หรือการฟอกเงินนั้น ผบช.ก. ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะพิจารณาพฤติกรรมทั้งหมด ไม่ได้มองเพียงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง การจะเข้าข่ายความผิดใดต้องอาศัยองค์ประกอบตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
- พยานเอกสาร: ตรวจสอบบัญชี รายการโอนเงิน ใบเสร็จ และเอกสารของมูลนิธิ
- พยานบุคคล: สอบถามกรรมการ เหรัญญิก ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรม
- พยานนิติวิทยาศาสตร์: ตรวจสอบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม
- พฤติการณ์: พิจารณาการกระทำของแต่ละบุคคลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดหรือไม่
ความชัดเจนของคดีต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงมีการประสานงานระหว่างตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการหารือข้อกฎหมายกับอัยการ เพื่อให้การจัดทำสำนวนมีความรอบคอบมากที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องแยกประเด็นข้อเท็จจริงออกจากกระแสข่าว และตรวจสอบว่าการกระทำของแต่ละฝ่ายมีความเชื่อมโยงกันในระดับใด
การที่ตำรวจระบุว่าใกล้ถึงเวลาออกหมาย ไม่ได้หมายความว่าบุคคลใดถูกตัดสินว่ามีความผิดแล้ว ทุกคนยังคงได้รับสิทธิในการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
สรุป: ผบช.ก. เผยใกล้ถึงเวลาออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องหมายจับหรือหมายเรียกภายในวันพรุ่งนี้ ตำรวจจะใช้พยานหลักฐานและข้อกฎหมายเป็นเกณฑ์หลัก ขณะที่หนังสือขอความเห็นใจเรื่องลูกไม่มีผลต่อการต่อรองประกันตัวหรือการดำเนินคดี
มุมมองที่ควรติดตามต่อจากนี้คือผลการประชุมของคณะทำงานและรายละเอียดของหลักฐานที่ตำรวจจะเปิดเผย เพราะข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้สังคมเข้าใจคดีอย่างถูกต้องมากขึ้น การรับฟังข่าวอย่างมีวิจารณญาณและเคารพสิทธิของทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในระหว่างที่คดียังอยู่ในกระบวนการสอบสวน
ที่มา – ผบช.ก. เผยใกล้ถึงเวลาออกหมายคดีมูลนิธิองค์กรทำดี! หนังสือขอความเห็นใจเรื่องลูกไม่มีผล