ผบ.ตร. เร่งสอบ โดรนว่อนสุวรรณภูมิ โทษหนัก!

ผบ.ตร. เร่งตรวจสอบโดรน ว่อนสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ยืนยันมี 40 ลำ จริงหรือไม่ ขู่มือป่วน โทษหนักถึงขั้นประหาร-จำคุกตลอดชีวิต

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงผลประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงกรณีพบอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน บริเวณพื้นที่ตอนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ปฏิบัติการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เรื่องโดรนเป็นการปฏิบัติร่วมภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ของกองทัพอากาศ

ตั้งแต่ที่มีมติสมช.เมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยการปฏิบัติดังกล่าวจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นวงใน วงกลาง และวงนอก ซึ่งวงในเรียก ไข่แดง จะมีกองทัพอากาศ และท่าอากาศยานไทย ดูแล ส่วนวงกลางเรียกว่าไข่ขาว ตร.ดูแล และวงนอก กองทัพบก ดูแล

ทั้งนี้ ตร.ได้กำหนดมาตรการและแผนปฏิบัติหรือยุทธศาสตร์ป้องกัน ปราบปราม สืบสวนสอบสวน และการยกระดับความมั่นคงที่เกี่ยวกับระยะสั้นและระยะยาวไว้แล้ว การดำเนินการและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เรามีรูปแบบทั้งของนครบาลและนครราชสีมา ที่ดูแลสนามบินมาเป็นต้นแบบ ซึ่งได้ออกแบบแผนเผชิญเหตุไว้แล้ว สำหรับวงนอกพื้นที่เป็นหน้าที่ ทบ. ซึ่งมีผลปฏิบัติชัดเจนและต่อเนื่อง

ผบ.ตร. เร่งสอบโดรนว่อนสุวรรณภูมิ ขู่มือป่วน โทษหนักถึงประหาร-จำคุกตลอดชีวิต

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ส่วนการบูรณาการและการแนะนำ เรามีการปฏิบัติอยู่แล้ว โดยเห็นว่าการใช้ความร่วมมือของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กสทช. ทอท. ตร. และกองทัพ ถือเป็นเรื่องสำคัญด้านการข่าวที่เราต้องนำมาประเมินและวิเคราะห์วางแผนปฏิบัติให้เป็นระบบและเกิดความสำเร็จต่อไป

ด้านกฎหมาย ความผิดที่เกิดขึ้น ผู้ที่ใช้โดรนในพื้นที่ห้ามบินหรือสนามบิน เป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 อันนี้มีโทษประหารชีวิต แต่หากสอบสวนแล้วพบว่าผิดต่อความมั่นคงจะผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องความมั่นคงหมวด 2 และ 3 ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต

สิ่งเหล่านี้อยากบอกกับผู้ที่มีความคิด อาจจะป่วน กระทำผิด ให้รู้โทษ ซึ่งตำรวจกำหนดเป้าหมายที่จะทดสอบมาตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.เป็นต้นมา มีการตั้งจุดตรวจให้รู้ว่าเราจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อความไม่สงบของประชาชนอย่างเด็ดขาด

ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. อยู่ระหว่างการดำเนินการด้วยการใช้ขีดความสามารถที่เรามีในการดำเนินการอยู่ในเวลานี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าทราบหรือไม่ว่าโดรนที่ปรากฏที่สุวรรณภูมิ มีต้นตอมาจากไหน ผบ.ตร. กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบจำนวน

ไม่ยืนยันจำนวน โดรนว่อนสุวรรณภูมิ

ส่วนที่มีข่าวว่ามีโดรน 40 ลำ เป็นไปตามรายงานจริงหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นข้อมูลข่าวสารที่แจ้งเข้ามา ซึ่งการแจ้งอยู่ในแผนเผชิญเหตุ นับจากเวลาที่แจ้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปสุวรรณภูมิบ้างแล้ว ซึ่งอยู่พื้นที่โดยรอบของสุวรรณภูมิ เข้าไปร่วมปฏิบัติการกับผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรรมการผู้จัดใหญ่ฯ ได้รับข้อมูล นับจากเวลาที่รับข้อมูลจนถึงการปฏิบัติการเรายังไม่พบ

เราได้รับข้อมูลเท่านั้น เป็นการรับข้อมูลมาเพื่อพิสูจน์ทราบและตรวจสอบ โดยกระบวนการและเครื่องมือที่เรามีอยู่ตามขีดความสามารถ

เมื่อถามย้ำว่าจะหาที่มาของโดรนได้ยากหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ตั้งสมมติฐานก่อนว่าเราได้รับแจ้งจำนวนกี่ลำ อยากใช้คำว่าเรารับแจ้ง ส่วนการป่วนหรือวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ต้องใช้วิชาการสอบสวน เพราะบริเวณในท่าอากาศสุวรรณภูมิยังไม่มีกล้องหรือระบบที่เราสืบสวนและสอบสวนได้

จึงจำเป็นต้องใช้วิธีสืบสวนของเรา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ตั้งโจทย์และธงไว้ว่าถ้าเป็นจริงจะต้องหาที่มา ที่ขึ้นบินของโดรน ใครเป็นผู้บังคับ ควบคุม หรือเจ้าของ และปลายทางไปไหน แต่เราต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าข้อมูลเหล่านี้เกิดขึ้นจริงและมีจริง ขณะนี้ตั้งข้อสมมติไว้ร้ายแรงที่สุดแล้วนำไปสืบสวนตรวจสอบให้ได้

เมื่อถามอีกว่าหากโดรนมี 40 ลำ ตามที่มีการรายงาน จะถือว่าเป็นการก่อวินาศกรรมได้หรือไม่ เพราะพลเรือนไม่สามารถครอบครองได้ขนาดนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นข้อมูลที่เราต้องเอามาดูร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคง ตนต้องนำข้อมูลเหล่านี้รายงานทางศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ( ศปก.ทอ.)

ส่วนจะเข้าข่ายก่อวินาศกรรมหรือไม่ จากข้อมูลที่เราแจ้งจากการบิน ถ้าข้อมูลนั้นเป็นความจริงคือ เป็นการบินในระดับผ่านไป ต้องดูพฤติกรรมและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า จะถึงขั้นเป็นการก่อวินาศกรรมหรือไม่

แต่ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งเหล่าทัพและตร. รวมถึง กพท. เราต้องตั้งสมมติฐานขั้นร้ายแรงที่สุด และกำหนดแผนมาตรการป้องกันไว้ ทั้งนี้ อาจจะเป็นก่อเหตุหรืออะไรที่ไม่พึงประสงค์ และเกิดอันตรายต่ออากาศยานหรือประชาชน เราต้องมีแผนปฏิบัติรองรับอย่างชัดเจนและเข้มข้นต่อไป

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนอาจเห็นเป็นโดรน แต่หลายครั้งพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นแสงจากอากาศยาน หรือเครื่องบิน ซึ่งสามารถใช้แอปพลิเคชั่น Flightradar ในการตรวจสอบเบื้องต้น แต่ถ้าพบเห็นโดรนในพื้นใดขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อใช้เป็นข้อมูลจุดปล่อยโดรนได้

นอกจากนี้ ตร.ได้กำหนดแผนปฎิบัติเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน จากการใช้อากาศยานไร้คนขับในการก่อเหตุหรือกระทำการไม่พึงประสงค์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว อีกทั้งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงความไม่สงบในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายความมั่นคงขอยืนยันว่าจะให้การดูแลอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ใครปั่นป่วนสถานการณ์ได้

สถานการณ์ โดรนว่อนสุวรรณภูมิ เป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย เราต้องร่วมมือกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบสิ่งผิดปกติ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ

ที่มา – ผบ.ตร. เร่งสอบโดรนว่อนสุวรรณภูมิ ขู่มือป่วน โทษหนักถึงประหาร-จำคุกตลอดชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *