ผบ.ตร. สั่งปลด วิระชัย ปมคลิปเสียง – อัปเดตล่าสุด!

ผบ.ตร. สั่งปลด วิระชัย ออกจากราชการแล้ว! สาเหตุมาจากปมคลิปเสียงสนทนาของบิ๊กตำรวจคนดัง และเชื่อมโยงกับคดียิงรถ ‘โจ๊ก’ ที่เป็นข่าวใหญ่โตก่อนหน้านี้ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างมาก

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานข่าวสำคัญว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 439/2568 เรื่อง ลงโทษปลด พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. ออกจากราชการ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา (ซึ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565) ในขณะดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายฉบับ ได้แก่ คำสั่งที่ 383/2563, 568/2563, 222/2564, 371/2564, 69/2565, 20/2566, 305/2566, 46/2567 และ 79/2568

ผลการสอบสวนสรุปได้ว่า พล.ต.อ.วิระชัย กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่รักษาความลับของทางราชการ กระทำการอันเป็นสาเหตุให้แตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจ กระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการหรือทำให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ รวมทั้งการกระทำผิดตามมาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547

พฤติการณ์การกระทำผิดที่สำคัญคือ กรณีเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2563 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (ผบ.ตร. ในขณะนั้น) ได้ลาพักผ่อนและเดินทางไปต่างประเทศ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.วิระชัย รักษาราชการแทน

ในวันเดียวกันนั้น เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้าร้านนวดแห่งหนึ่ง หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิระชัย ในฐานะผู้รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ประเด็นสำคัญคือ พล.ต.อ.วิระชัย ได้ให้ข่าวว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่มีประเด็นเรื่องชู้สาว ธุรกิจส่วนตัว หรือความขัดแย้งกับบุคคลใด จึงตัดประเด็นดังกล่าวออกจากการสืบสวน แต่กลับให้ข่าวในทำนองว่าประเด็นโครงการ Biometrics ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทรศัพท์กำชับ พล.ต.อ.วิระชัย เกี่ยวกับการให้ข่าวในการสืบสวนคดีอาญาให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ พล.ต.อ.วิระชัย ได้ลักลอบบันทึกเสียงสนทนาโดยที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่ทราบและไม่ได้ให้ความยินยอม

วันที่ 9 มกราคม 2563 รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ได้เผยแพร่คลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.วิระชัย เกี่ยวกับการกำชับการปฏิบัติราชการ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง

สื่อมวลชนต่างๆ นำเสนอข่าวในทำนองว่า ผบ.ตร. สั่งให้ยุติการสืบสวนคดีดังกล่าว หรือสั่งไม่ให้ พล.ต.อ.วิระชัย เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ. วิระชัย ถูกปลด! ปมคลิปเสียงฉาว

การกระทำของ พล.ต.อ.วิระชัย ในฐานะผู้รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม

การลักลอบบันทึกเสียงสนทนาระหว่างผู้บังคับบัญชาและการนำไปเผยแพร่ (ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม) ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการตำรวจ และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กร

สรุป: ทำไม ผบ.ตร. สั่งปลด วิระชัย?

โดยสรุปแล้ว สาเหตุหลักที่ทำให้ ผบ.ตร. สั่งปลด วิระชัย ออกจากราชการ คือ การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับการเปิดเผยความลับทางราชการ การลักลอบบันทึกเสียงสนทนาของผู้บังคับบัญชา และการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คณะกรรมการพิจารณาเพื่อเสนอแนะการลงโทษตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มีมติเห็นควรลงโทษปลด พล.ต.อ.วิระชัย ออกจากราชการ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2565 (วันที่เกษียณอายุราชการ)

ทั้งนี้ ผู้ถูกลงโทษมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนี้ภายใน 30 วัน และสามารถฟ้องโต้แย้งคำสั่งต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน

เรื่องราวของ พล.ต.อ.วิระชัย เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับข้าราชการตำรวจทุกนาย ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความลับทางราชการ การเคารพผู้บังคับบัญชา และการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษาเกียรติศักดิ์ของตนเองและองค์กร

ที่มา – ผบ.ตร. สั่งปลด วิระชัย ออกราชการ ปมคลิปเสียงคุย บิ๊กแป๊ะ คดียิงรถ ‘โจ๊ก’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *