ผกก.อรัญประเทศ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีคลุมถุงดำ
ผกก.อรัญประเทศ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีคลุมถุงดำ
ในวงการข่าวอาชญากรรม คดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจมิชอบของตำรวจมักสร้างความสนใจให้กับสังคมเสมอ โดยเฉพาะกรณี ผกก.อรัญประเทศ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีคลุมถุงดำบังคับ ลุงเปี๊ยก สารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน ซึ่งเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุดอัยการสั่งไม่ฟ้องผกก.สภ.อรัญประเทศ แม้จะมีข้อกล่าวหาหนักหน่วง แต่เหตุผลทางกฎหมายและพยานหลักฐานทำให้คดีนี้พลิกผัน
คดีนี้เริ่มต้นจากพฤติกรรมของตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ที่ถูกกล่าวหาว่าคลุมถุงดำนายปัญญา คงแสนคำ หรือ “ลุงเปี๊ยก” และปรับแอร์ให้หนาวเย็นเพื่อบังคับให้สารภาพในคดีฆาตกรรมนางบัวผัน ตันสุ หรือ “ป้าบัวผัน” การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อปกป้องสิทธิผู้ต้องหา
ผกก.อรัญประเทศ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีคลุมถุงดำบังคับ ลุงเปี๊ยก สารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน
วันที่ 3 มีนาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรมของ ดีเอสไอ ร่วมกับอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ได้สอบสวนคดีพิเศษที่ 9/2567 กรณีตำรวจ สภ.อรัญประเทศ 8 ราย ดำเนินคดีอาญาโดยมิชอบต่อลุงเปี๊ยก พนักงานสอบสวนได้เรียกผู้ต้องหาทั้ง 8 รายมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 โดยให้โอกาสชี้แจงและยื่นพยานหลักฐาน
ต่อมา วันที่ 14 สิงหาคม 2567 คณะพนักงานสอบสวนส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องฐานกระทำโหดร้ายตามมาตรา 6 และกระทำให้สูญหายตามมาตรา 7 ไปยังอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 แต่ในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ และแจ้งอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งอธิบดีเห็นพ้องด้วยหลังพิจารณาทั้งสองฝ่าย
กระบวนการตัดสินใจของดีเอสไอและอัยการ
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า เดิมทีดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องผกก.เช่นกัน แต่หลังอัยการพิจารณาและส่งความเห็นไม่ฟ้องกลับมา อธิบดีดีเอสไอได้ตรวจสอบสองส่วน คือ สำนวนเดิมของดีเอสไิและความเห็นอัยการ พบว่าความเห็นอัยการมีน้ำหนักมากกว่าเพราะสอดคล้องกับพยานหลักฐาน อธิบดีจึงเห็นพ้องสั่งไม่ฟ้องผกก. โดยทำหน้าที่เป็นคนกลางในการแย้งความเห็น
โฆษกฯ ยังชี้แจงว่า อัยการมักมีมุมมองทางกฎหมายที่แตกต่าง โดยยกคำพิพากษาหรือข้อกฎหมายมาสนับสนุน ทำให้ต้องพิจารณาใหม่ สำหรับผกก.ที่เป็นผู้บังคับบัญชา อาจไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าสั่งการโดยตรง จึงรอดพ้นข้อหา นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาบางรายบางข้อหาที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่ดีเอสไอแย้งรออัยการสูงสุดชี้ขาด
ผู้ต้องหาทั้ง 8 รายในคดี
- ร.ต.อ.พงศภัค พลแสน รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ
- พ.ต.ท.พิชิต วัฒโน รอง ผกก.สส.สภ.อรัญประเทศ
- พ.ต.ท.นิติธร พิมพ์คำ สว.สส.สภ.อรัญประเทศ
- ร.ต.อ.พชร บุญอินราทากูร รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ
- พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ
- ดาบตำรวจ ภิเศก พวงมาลีประดับ หรือ ดาบเศก ผบ.หมู่งานสืบสวน
- จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ พูนสะสมทรัพย์ ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ
- ส.ต.อ.ชัยศิริ สุรโฆษิต ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ
ปัจจุบัน ลุงเปี๊ยกยังได้รับการคุ้มครองพยานจากดีเอสไิในเซฟเฮ้าส์ หลังบำบัดอาการติดสุราอยู่เกิน 1 ปี รอคดีไปสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อพิจารณาต่อไป คดีนี้เป็นตัวอย่างของพฤติกรรมตำรวจที่ไม่เหมาะสม สร้างความสนใจให้สังคม
คดี ผกก.อรัญประเทศ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีคลุมถุงดำบังคับ ลุงเปี๊ยก สารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน สะท้อนถึงความซับซ้อนของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องพิจารณาพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วน แม้ตำรวจจะถูกกล่าวหา แต่หากไม่มีหลักฐานชัดเจน ศาลก็ไม่อาจลงโทษได้ มันเป็นเครื่องเตือนใจให้เจ้าหน้าที่รัฐเคารพสิทธิมนุษยชน
คุณคิดอย่างไรกับผลคดีนี้? มันยุติธรรมหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ติดตามข่าวอัปเดตคดีอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา!
ที่มา – ผกก.อรัญประเทศ รอด อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีคลุมถุงดำบังคับ ลุงเปี๊ยก สารภาพคดีฆ่าป้าบัวผัน