ปอศ. บุกทลายแหล่งค้าของปลอม ห้างดังปทุมวัน
ปอศ. บุกทลายแหล่งค้าของปลอม ห้างดังปทุมวัน
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือ ปอศ. ได้นำกำลังบุกจับกุมผู้ค้าของปลอมในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านปทุมวัน ถนนพญาไท กรุงเทพฯ สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่พบเห็น ครั้งนี้ ปอศ. บุกทลายแหล่งค้าของปลอม ห้างดังปทุมวัน สำเร็จ รวบผู้ต้องหาได้ถึง 6 ราย พร้อมยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอมมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท ถือเป็นปฏิบัติการใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการปราบปรามสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า
การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้คำสั่งของ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปอศ. โดยมี พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 บก.ปอศ. พร้อมทีมงาน พ.ต.ต.มรรคผล จิณวุฒิ และ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ป้อมเงิน สารวัตรกองกำกับการ 1 บก.ปอศ. นำทีมลงพื้นที่ ตรวจสอบร้านค้าบริเวณชั้น 1 ชั้น 3 และชั้น 4 ของห้างดังแห่งนี้
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม
- นายอยุทธ์ อายุ 51 ปี
- น.ส.ธัญพร อายุ 63 ปี
- นายพีระพล อายุ 37 ปี
- น.ส.วลัญช์สรณ์ อายุ 54 ปี
- น.ส.จิระญา อายุ 41 ปี
- น.ส.จันทร์นิภา อายุ 34 ปี
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เสนอจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นจดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” สินค้าที่ถูกยึดมีจำนวนหลายพันรายการ ประกอบด้วยน้ำหอม เสื้อผ้ากีฬา หมวก กระเป๋า เข็มขัด เคสโทรศัพท์ เคสหูฟัง และเครื่องประดับต่างๆ ที่เลียนแบบแบรนด์ดังระดับโลก
สาเหตุที่นำไปสู่การบุกจับ
ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากรายงาน Notorious Markets ประจำปี 2568 ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ซึ่งระบุว่าประเทศไทยยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะตลาดและห้างสรรพสินค้าบางแห่งในกรุงเทพฯ ปอศ. จึงบูรณาการร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ผลการตรวจค้นพบสินค้าปลอมวางขายอย่างเปิดเผยจำนวนมาก จึงเข้าจับกุมทันที
มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการยึดของกลางครั้งนี้สูงถึง 70 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อเจ้าของแบรนด์ที่สูญเสียรายได้ แต่ยังส่งผลต่อผู้บริโภคที่อาจได้รับสินค้าคุณภาพต่ำ มีสารเคมีอันตราย โดยเฉพาะน้ำหอมและเครื่องสำอางปลอมที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ผิวแพ้หรือระคายเคือง
ผลกระทบจากการค้าของปลอมในไทย
ปัญหาสินค้าปลอมในประเทศไทยเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาอย่างยาวนาน โดย ปอศ. มีหน้าที่หลักในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร หรือลิขสิทธิ์ การค้าของปลอมไม่เพียงทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษี แต่ยังทำลายภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานานาชาติ หากไทยถูกจัดอยู่ในบัญชีดำของ USTR อาจนำไปสู่มาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ค้าขายของแท้ยังได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะต้องแข่งขันกับของปลอกราคาถูกที่คุณภาพไม่แน่นอน ในปีที่ผ่านมา ปอศ. สามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้นับพันคดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้บริโภคเอง การซื้อของปลอมอาจประหยัดเงินในระยะสั้น แต่ระยะยาวอาจต้องจ่ายแพงกว่าด้วยการซ่อมแซมหรือรักษาสุขภาพ แนะนำให้ตรวจสอบสินค้าด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ดูคุณภาพการเย็บ โลโก้ที่ชัดเจน กล่องบรรจุภัณฑ์ หรือซื้อจากร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ปฏิบัติการ ปอศ. บุกทลายแหล่งค้าของปลอม ห้างดังปทุมวัน ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ต้องหาทั้ง 6 รายให้การรับสารภาพและถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีต่อไป หากคุณพบเห็นการค้าของปลอม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปอศ. 1155 หรือกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อช่วยกันปราบปรามปัญหานี้
การปราบปรามเช่นนี้ไม่เพียงปกป้องแบรนด์ แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ชวนทุกคนช่วยกันสนับสนุนสินค้าของแท้เพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
ที่มา – ปอศ. บุกทลายแหล่งค้าของปลอม ห้างดังปทุมวัน รวบ 6 ผู้ค้า ยึดสินค้าแบรนด์เนม มูลค่าพุ่ง 70 ล้าน