ป.ป.ช.ไม่ทน! แจ้งความกลับลูกน้องบิ๊กโจ๊ก สินบนทอง 246
กรรมการ ป.ป.ช.คนดัง ส่งทนายแจ้งกลับ ลูกน้องคนสนิท บิ๊กโจ๊ก หลังถูกกล่าวหารับสินบน ทองคำ 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นคดี
วันที่ 29 ธ.ค.2568 จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้น 11 จุด เพื่อรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. ถูกแจ้งความในคดีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ตามกฎหมายมาตรา 157 และความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวหาว่าใช้ทองคำแท่ง 246 บาท ติดสินบนกรรมการป.ป.ช. เพื่อวิ่งเต้นในคดีที่อยู่ในการพิจารณาของป.ป.ช.นั้น
ล่าสุด กรรมการป.ป.ช.คนดังกล่าว มอบอำนาจให้ทนายความ เข้าแจ้งความกองปราบเพื่อดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนดัง ลูกน้องคนสนิทพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฐานแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา
ป.ป.ช.ไม่ทน! ส่งทนายแจ้งกลับ ลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก ปมกล่าวหารับสินบนทอง 246 บาท
คดีความที่เกี่ยวพันกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการถูกกล่าวหาว่ามีการใช้สินบนเพื่อวิ่งเต้นคดีที่อยู่ในความพิจารณาของ ป.ป.ช. การที่กรรมการ ป.ป.ช. ตัดสินใจแจ้งความกลับลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊กในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงความไม่ยอมรับต่อการถูกใส่ร้ายป้ายสี และเป็นการยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมจะต้องดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมา
การกล่าวหาว่ามีการรับสินบนทองคำ 246 บาท เป็นเรื่องร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. การที่ ป.ป.ช. ดำเนินการตอบโต้ด้วยการแจ้งความกลับ จึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและจำเป็น เพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกียรติภูมิขององค์กร
รายละเอียดการแจ้งความกลับ ป.ป.ช.ไม่ทน!
การแจ้งความกลับครั้งนี้ มีเป้าหมายไปยัง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนดัง ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล โดย ป.ป.ช. เห็นว่าการแจ้งความของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นการแจ้งความเท็จและมีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา
ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากกรรมการ ป.ป.ช. ได้เข้าแจ้งความต่อกองปราบ เพื่อให้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตามกระบวนการยุติธรรม การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ความจริงปรากฏ และเพื่อให้ผู้ที่กระทำความผิดได้รับโทษตามกฎหมาย
ผลกระทบต่อคดีหลัก
การแจ้งความกลับในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อคดีหลักที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ถูกกล่าวหา เนื่องจากอาจมีการเชื่อมโยงข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งความเท็จและการกลั่นแกล้ง เข้ากับประเด็นเรื่องการติดสินบน ทำให้การพิจารณาคดีมีความซับซ้อนและต้องใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่ ป.ป.ช. กล้าที่จะออกมาดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความยุติธรรม และไม่ยอมให้มีการใช้อิทธิพลใดๆ มาบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมได้
คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าผลการสอบสวนจะเป็นอย่างไร และศาลจะตัดสินคดีนี้อย่างไร แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ การต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความยุติธรรมยังคงดำเนินต่อไป
การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาอย่างแข็งขัน สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปกป้ององค์กรและรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม การจับตาดูการดำเนินงานของหน่วยงานตรวจสอบทุจริตจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
ที่มา – ป.ป.ช.ไม่ทน! ส่งทนายแจ้งกลับ ลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก ปมกล่าวหารับสินบนทอง 246 บาท