บิ๊กเต่าเผย! อดีต ผอ.พศ. ถือครองที่ดินแทน “อดีตพระอลงกต”

กรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระอลงกตยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงล่าสุด “บิ๊กเต่า” ยอมรับมีอดีต ผอ.พศ. ร่วมถือครองโฉนดที่ดินแทน “อดีตพระอลงกต” ในขณะที่ “สมปอง” ยังคงตกเป็นผู้ต้องสงสัยและอาจถูกดำเนินคดี แม้จะอ้างว่าเป็นการยืมเงินและมีการคืนเงินไปบ้างแล้วก็ตาม คดีนี้มีความซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทำให้การสืบสวนต้องดำเนินไปอย่างรอบคอบ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีอลงกตการละครว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมากและมีผู้ที่อาจถูกดำเนินคดีหลายราย อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องการพยานหลักฐานที่ชัดเจนและรัดกุมมากขึ้นก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังทยอยเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นสำคัญที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นคือ การขยายผลเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่คนใกล้ชิดอักษรย่อ นางสาว ว. ถือครองโฉนดที่ดินมูลค่ารวมกว่า 140 ล้านบาท พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันว่า ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และยอมรับว่ามีอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) และตลกชื่อดัง เข้ามาเกี่ยวข้องในการถือครองโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกตจริง

พฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือเข้าไปหาผลประโยชน์ ไม่ใช่เพียงแค่จากเงินวัดเท่านั้น แต่ยังมีการแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันเป็นจำนวนมหาศาล อดีตพระอลงกตเองก็มองว่าตนเองถูกรังแกและถูกโกงเงินไป ทั้งในส่วนของคอนเสิร์ต ที่ดิน และการถือครองทรัพย์สินแทน ที่ผ่านมาอดีตพระอลงกตไม่ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ เนื่องจากพยายามติดตามทวงถามเงินคืนมาโดยตลอด แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมคืน อย่างไรก็ตาม อดีตพระอลงกตยังไม่มีหลักฐานการทวงเงินมาแสดงต่อตำรวจ มีเพียงคำกล่าวอ้างเท่านั้น

ในส่วนของการสอบปากคำนายสมปอง นครไธสง หรืออดีตพระสมปอง ที่ได้เข้าให้ปากคำไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติยังไม่ได้พูดคุยกับนายสมปองโดยตรง แต่ได้รับรายงานว่านายสมปองอ้างว่าได้ยืมเงินจากอดีตพระอลงกตในช่วงที่ยังเป็นพระสงฆ์อยู่ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าเจตนาในการยืมเงินนั้นเป็นไปเพื่อการยืมจริงหรือไม่ หรือเป็นการช่วยเหลืออดีตพระอลงกตเพื่อหวังได้เงินไปใช้

หากเงินที่ยืมมาเป็นเงินของวัด และนายสมปองในฐานะอดีตพระสงฆ์ย่อมทราบดีว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเงินวัด ดังนั้น ตำรวจจะต้องพิจารณาถึงเจตนา ที่มาของเงิน และพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นที่มาของเงิน 13 ล้านบาทที่นำมาให้ยืม กระบวนการคืนเงินสด และการคืนเงินผ่านบุคคลที่สาม ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินได้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันว่า นายสมปองยังคงอยู่ในข่ายที่จะถูกดำเนินคดี

กลุ่มดารา นักร้อง เกี่ยวข้องคดี “อดีตพระอลงกต” จริงหรือ?

สำหรับกลุ่มดารา นักร้อง และอินฟลูเอนเซอร์ ที่ถูกโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของอดีตพระอลงกตนั้น เบื้องต้นวงพิงค์แพนเตอร์ได้ติดต่อประสานงานเพื่อขอเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจแล้ว เนื่องจากเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่มีค่าจ้างในการขึ้นแสดงแต่ละครั้งสูงถึง 4-5 แสนบาท ส่วนบุคคลอื่นๆ ก็มีการติดต่อเข้ามาบ้าง โดยอ้างว่าเป็นนักธุรกิจขายของมีค่าและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ถูกกระแสสังคมโจมตี ซึ่งทางตำรวจได้แนะนำให้เข้ามาพบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

อดีต ผอ.พศ. ร่วมถือครองโฉนดที่ดินแทน “อดีตพระอลงกต”

จากข้อมูลที่ได้กล่าวมาทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าคดีนี้ยังคงมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การที่ “บิ๊กเต่า” ยอมรับว่ามีอดีต ผอ.พศ. ร่วมถือครองโฉนดที่ดินแทน “อดีตพระอลงกต” ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความซับซ้อนและขอบเขตของคดีนี้

ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือการชี้นำจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ความโปร่งใสและความยุติธรรมในการดำเนินคดีนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สังคมได้รับรู้ความจริงและสามารถสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมได้

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากกรณีนี้คือ ความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเงินวัดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบอีกต่อไป

ที่มา – บิ๊กเต่า ยอมรับมีอดีต ผอ.พศ. ร่วมถือครองโฉนดที่ดินแทน “อดีตพระอลงกต”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *