บิ๊กเต่า ยัน! คดีศรีสุวรรณ ไม่ใช่เตะตัดขา

“บิ๊กเต่า” ยัน คดีศรีสุวรรณกับพวกไม่ใช่เรื่องเตะตัดขา แต่เป็นไปตามหลักฐานและข้อเท็จจริง มองโทษยังน้อยไป

วันที่ 17 ก.ย. 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. กล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาจำคุกนายศรีสุวรรณ จรรยา และ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ในคดีร่วมกันเรียกรับทรัพย์จากอดีตอธิบดีกรมการข้าว ว่า พนักงานสอบสวนทำคดีนี้โดยไม่ได้มีสาเหตุโกรธเคืองกัน แต่เป็นเพราะว่ามีผู้เสียหายมาแจ้งความ จึงดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน

ตนอยากให้คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักร้อง นักการเมือง หรือบุคคลใดก็แล้วแต่ ที่ยังมีพฤติกรรมใช้ความรู้และความสามารถ ไปในทางรีดเงิน ตนก็จะบังคับใช้กฎหมายกับทุกคน ต่อให้บุคคลเหล่านั้นจะเป็นที่เกรงกลัวสำหรับนักการเมืองก็ตาม

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณอ้างว่าเรื่องนี้ถูกเตะตัดขาจากผู้มีอำนาจนั้นคงไม่ใช่ เพราะตำรวจทำไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการเตะตัดขาตามที่นายศรีสุวรรณกล่าวอ้างอย่างแน่นอน

รอง ผบช.ก. กล่าวด้วยว่า ตนมองว่าโทษจำคุกของทั้ง 2 คนน้อยเกินไป เพราะนายศรีสุวรรณกับพวกเป็นบุคคลที่ถูกนักการเมืองแต่งตั้งมาเพื่อตรวจสอบการทุจริต แต่จำเลยทั้งหมดกับทำเรื่องนี้เสียเอง ดังนั้นจึงอยากให้มีคำสั่งจำคุกที่มากกว่านี้ เพื่อที่จะเป็นแบบอย่างสำหรับบุคคลที่คิดจะกระทำในลักษณะแบบนี้ต่อไป

คดีศรีสุวรรณ ไม่ใช่เรื่องเตะตัดขา อย่างที่กล่าวอ้าง

จากกรณีที่ศาลตัดสินจำคุก นายศรีสุวรรณ จรรยา และ นายยศวริศ ชูกล่อม ในคดีร่วมกันเรียกรับทรัพย์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ การที่นายศรีสุวรรณออกมากล่าวอ้างว่า คดีนี้เป็นการเตะตัดขาจากผู้มีอำนาจ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยืนยันว่าการดำเนินคดีศรีสุวรรณ เป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลัง และไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งหรือเตะตัดขาแต่อย่างใด

หลักฐานชัดเจน คดีศรีสุวรรณ ดำเนินการตามกฎหมาย

การที่ตำรวจตัดสินใจดำเนินคดีกับนายศรีสุวรรณและพวกนั้น เป็นเพราะมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการกระทำผิดจริง

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า อยากให้คดีศรีสุวรรณ เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักร้อง นักการเมือง หรือบุคคลใดก็ตาม ที่มีพฤติกรรมใช้ความรู้ความสามารถไปในทางมิชอบ เพื่อรีดไถเงินจากผู้อื่น ซึ่งตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

แม้ว่านายศรีสุวรรณจะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาและอ้างว่า เป็นการถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่จากพยานหลักฐานที่ปรากฏ และการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เชื่อได้ว่า การดำเนินคดีศรีสุวรรณ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง

สิ่งที่น่าสนใจคือ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มองว่า โทษจำคุกที่นายศรีสุวรรณได้รับนั้นยังน้อยเกินไป เนื่องจากนายศรีสุวรรณเป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้ตรวจสอบการทุจริต แต่กลับกระทำผิดเสียเอง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและควรได้รับโทษที่หนักกว่านี้ เพื่อเป็นแบบอย่างให้คนอื่นไม่กล้ากระทำตาม

คดีนี้แสดงให้เห็นว่า กฎหมายสามารถบังคับใช้กับทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร หรือมีตำแหน่งหน้าที่อะไรก็ตาม หากกระทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

การที่สังคมไทยมีกลไกตรวจสอบการทุจริตเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การที่ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ดังกล่าว ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต และไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว หากทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ประเทศชาติก็จะเจริญก้าวหน้าและปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

ที่มา – บิ๊กเต่า ยันคดีศรีสุวรรณ ไม่ใช่เรื่องเตะตัดขา แต่เป็นไปตามหลักฐาน มองโทษยังน้อยไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *