บังกลาเทศสั่งปิดมหาวิทยาลัยก่อนกำหนด หวังบรรเทาวิกฤตพลังงาน

บังกลาเทศวิกฤตพลังงาน

บังกลาเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรง จนรัฐบาลต้องออกมาตรการเด็ดขาดอย่าง บังกลาเทศสั่งปิดมหาวิทยาลัยก่อนกำหนด หวังบรรเทาวิกฤตพลังงาน โดยประกาศปิดมหาวิทยาลัยทุกแห่งตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569 พร้อมเลื่อนวันหยุดเทศกาลอีดิ้ลฟิตริให้เร็วขึ้น เพื่ออนุรักษ์ไฟฟ้าและเชื้อเพลิงที่ขาดแคลนจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

บังกลาเทศสั่งปิดมหาวิทยาลัยก่อนกำหนด หวังบรรเทาวิกฤตพลังงาน

มาตรการนี้ครอบคลุมมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ เนื่องจากสถานศึกษามีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมากในหอพักนักศึกษา ห้องเรียน ห้องแล็บ และเครื่องปรับอากาศ การปิดก่อนกำหนดจึงช่วยลดภาระโครงข่ายไฟฟ้าที่ใกล้ล่มสลาย นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดซึ่งกินเชื้อเพลิงอีกด้วย ปัจจุบันโรงเรียนต่างๆ ปิดอยู่แล้วเพราะเดือนรอมฎอน ทำให้สถาบันการศึกษาเกือบทั้งหมดหยุดชะงัก

สาเหตุหลักของวิกฤตพลังงานในบังกลาเทศ

บังกลาเทศพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาพุ่งสูงและการส่งมอบล่าช้า ส่งผลให้โรงไฟฟ้าขาดเชื้อเพลิง เกิดไฟดับบ่อยครั้ง สถานการณ์ยิ่งแย่ลงจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นในหน้าร้อน

  • การนำเข้าสะดุดจากสงคราม ทำให้ก๊าซขาดแคลน
  • โรงไฟฟ้าทำงานไม่เต็มที่ สูงสุดแค่ 70% ของกำลังการผลิต
  • ประชาชนเผชิญไฟดับวันละหลายชั่วโมง ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ
  • ภาคอุตสาหกรรมหยุดชะงัก โรงงานสิ่งทอซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ได้รับผลหนัก

มาตรการอื่นๆ ที่บังกลาเทศใช้รับมือวิกฤต

นอกจาก บังกลาเทศสั่งปิดมหาวิทยาลัยก่อนกำหนด หวังบรรเทาวิกฤตพลังงาน แล้ว รัฐบาลยังขยายวันหยุดอีดิ้ลฟิตริเพิ่มเป็น 7 วัน ตั้งแต่ 17-23 มี.ค. รวมถึงสั่งปิดห้างสรรพสินค้า ลดชั่วโมงทำงานรัฐวิสาหกิจ และรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดไฟ เช่น ปิดไฟในเวลากลางคืน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ก่อนเห็นชอบมาตรการเหล่านี้ เพื่อให้การใช้พลังงานลดลงอย่างน้อย 20-30% ในช่วงวิกฤต บังกลาเทศซึ่งมีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก กำลังหาทางพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ยังไม่ทันสถานการณ์

วิกฤตนี้ไม่เพียงกระทบการศึกษา แต่ยังลุกลามสู่อุตสาหกรรมและชีวิตประจำวัน นักศึกษาต้องปรับตัวเรียนออนไลน์ ขณะที่ผู้ประกอบการสูญเสียรายได้มหาศาล หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจเกิด domino effect ไปยังประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียใต้

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ มาตรการปิดมหาวิทยาลัยเป็นทางออกระยะสั้นที่มีประสิทธิภาพ แต่บังกลาเทศจำเป็นต้องเร่งกระจายความเสี่ยงพลังงาน โดยลงทุนพลังงานหมุนเวียนและเจรจาการนำเข้าจากแหล่งอื่น หากไม่ทำ วิกฤตอาจยืดเยื้อเกินปี

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวสารพลังงานโลกกับเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – บังกลาเทศสั่งปิดมหา’ลัยก่อนกำหนด หวังบรรเทาวิกฤตพลังงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *