นายกฯ ญี่ปุ่นย้ำเดินหน้าเก็บภาษีอาหารหลังพัก 2 ปี แม้ต้านแรง

นายกฯ ญี่ปุ่นย้ำเดินหน้าเก็บภาษีอาหารอีกครั้งหลังพัก 2 ปี แม้กระแสต้านยังแรง ล่าสุด ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ว่านายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ยืนยันชัดเจนว่าจะกลับมาเก็บภาษีสินค้าอาหารและเครื่องดื่มอีกครั้ง หลังจากระงับไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากประชาชนที่ยังรุนแรง
นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเสถียรภาพทางการคลังของญี่ปุ่น ที่เผชิญปัญหาหนี้สาธารณะสูงและรายได้รัฐบาลไม่เพียงพอ การพักภาษีอาหารเคยเป็นมาตรการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเงินเฟ้อและรายได้ต่ำ แต่รัฐบาลยืนกรานว่าเป็นเพียงชั่วคราว จนกว่าระบบ เครดิตภาษีแบบขอคืนได้ (refundable tax credit) จะพร้อมใช้งาน
นายกฯ ญี่ปุ่นย้ำเดินหน้าเก็บภาษีอาหารอีกครั้งหลังพัก 2 ปี แม้กระแสต้านยังแรง
รัฐมนตรีคาตายามะ ชี้แจงว่ารัฐบาลไม่สามารถขยายเวลาพักภาษีเกิน 2 ปีได้ เพราะจะกระทบต่อรายได้ของรัฐและความมั่นคงทางการเงินของประเทศ ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเก็บภาษีการบริโภค (Consumption Tax) ที่อัตรา 8% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม และ 10% สำหรับสินค้าทั่วไป ซึ่งต่ำกว่าหลายประเทศ แต่รัฐบาลต้องการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
ระบบเครดิตภาษีแบบขอคืนได้ทำงานอย่างไร
ระบบนี้จะช่วยให้ผู้เสียภาษี โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย สามารถขอคืนเงินภาษีได้ หากมูลค่าเครดิตสูงกว่าภาระที่ต้องจ่าย จะได้รับเป็นเงินสดหรือสวัสดิการแทน ช่วยลดภาระภาษีการบริโภคที่กระทบผู้รายได้ต่ำมากกว่า เพราะสัดส่วนรายจ่ายอาหารสูง
- ลดความเหลื่อมล้ำ: ผู้穷ต้องจ่ายภาษีอาหารในสัดส่วนสูงกว่าคนรวย
- คืนเงินสด: สำหรับผู้ที่เครดิตเกินภาษีต้องจ่าย
- เสริมรายได้รัฐ: ไม่เสียโอกาสเก็บภาษีหลัก
- โปร่งใส: ระบบดิจิทัลช่วยตรวจสอบง่าย
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางรายกังวลว่าระบบนี้อาจไม่ชัดเจนพอ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งวุฒิสภาในปี 2571 ที่ประชาชนอาจไม่พอใจหากค่าครองชีพยังสูงจากเงินเฟ้อและค่าเงินเยนอ่อน
ผลกระทบจากนโยบายเก็บภาษีอาหารในญี่ปุ่น
หลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ชนะเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ. 2569 อย่างถล่มทลาย นโยบายพักภาษี 2 ปีกลายเป็นจุดขายสำคัญ โดยไม่ต้องออกพันธบัตรเพิ่มเพื่อชดเชยดุลงบประมาณ แต่การกลับมาเก็บภาษีอาจจุดชนวนกระแสต้านอีกครั้ง
ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ประชากรสูงวัย หนี้สิน GDP กว่า 250% ทำให้ต้องพึ่งภาษีเพื่อสมดุลงบประมาณ การเก็บภาษีอาหารช่วยเพิ่มรายได้ประมาณ 2-3 ล้านล้านเยนต่อปี แต่เสี่ยงกระทบการบริโภคและเศรษฐกิจ
เปรียบเทียบกับประเทศอื่น เช่น สวีเดนเก็บ VAT อาหาร 12% แต่มีสวัสดิการสูง ในขณะที่ญี่ปุ่นเน้นความสมดุล หากระบบเครดิตภาษีสำเร็จ อาจเป็นต้นแบบให้ชาติอื่น
จากมุมมองผู้บริโภค ค่าอาหารญี่ปุ่นแพงขึ้นจากนำเข้าและเยนอ่อน การขึ้นภาษีอาจทำให้เงินเฟ้อรุนแรงขึ้น แต่รัฐบาลมั่นใจว่าระบบคืนภาษีจะช่วยบรรเทา
นโยบายนี้สะท้อนความท้าทายของรัฐบาลทาคาอิจิในการรักษาสัญญาเลือกตั้งควบคู่กับวินัยการคลัง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รัฐสื่อสารชัดเจนเพื่อลดความไม่พอใจ
สุดท้ายแล้ว นายกฯ ญี่ปุ่นย้ำเดินหน้าเก็บภาษีอาหารอีกครั้งหลังพัก 2 ปี แม้กระแสต้านยังแรง อาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้สินระยะยาว หากระบบเครดิตภาษีทำงานได้ดี จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้อย่างยั่งยืน คุณคิดว่านโยบายนี้จะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ!
ที่มา – นายกฯ ญี่ปุ่นย้ำเดินหน้าเก็บภาษีอาหารอีกครั้งหลังพัก 2 ปี แม้กระแสต้านยังแรง