ทวงเจ้าเหรียญทองซีเกมส์: ทัพไทยมั่นใจในบ้าน!
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล คณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก(บีดับเบิลยูเอฟ) เป็นประธานในการเปิดงานเสวนาทางวิชาการ “ซีเกมส์ 2025 ประเทศไทย : โจทย์บนความท้าทาย” ที่โรงแรมอโนมา แกรนด์ เมื่อวันที่ 11 กันยายน โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.), ดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, นายถิระชัย วุฒิธรรม นายกสมาคมกีฬาแห่งกรุงเทพมหานคร, นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยฯ, นายไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬา, นายธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และนายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ร่วมเสวนา
คุณหญิงปัทมากล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม ที่กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สงขลา มั่นใจทุกคนจะร่วมกันนำเสนอมาตรฐานใหม่ผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เน้นความยั่งยืน เอกลักษณ์ มาใช้ในการเป็นเจ้าภาพ ความท้าทายสำคัญสำหรับตัวเองในซีเกมส์ครั้งนี้มี 2 ประการ 1.การระดมพลัง เพื่อกลับมาเป็นเจ้าเหรียญทองซีเกมส์อีกครั้ง มั่นใจว่าไทยทำได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกสมาคมกีฬา สถาบันพัฒนานักกีฬาทุกสถาบัน 2.การสร้างความตระหนักรู้ในฐานะเจ้าบ้าน ให้คนไทยมีส่วนร่วมในการสนับสนุนในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะสร้างความประทับใจและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาทั่วอาเซียนและทั่วโลกที่ดูการแข่งขันอยู่
ดร.ก้องศักดกล่าวว่า หลังจากเพิ่งเสร็จสิ้นการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ไปอย่างประสบความสำเร็จ ในช่วง 3 เดือนหลังจากนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และสร้างบรรยากาศในการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งไม่ใช่เพิ่งเริ่ม แต่เริ่มทำงานหลังบ้านกันมานานแล้ว โดยเฉพาะการเก็บตัวระยะยาว 1 ปีเต็ม มีการประเมินเรื่องความพร้อม มีการส่งแข่งระหว่างทางก่อนซีเกมส์ ซึ่งการประเมินพบว่ามีความพร้อมสูงมาก ส่วนการเป็นเจ้าภาพนั้น ครั้งนี้มีการบรรจุชนิดกีฬามากที่สุดในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ 50 กีฬาชิงชัยเหรียญ และ 3 กีฬาสาธิต แต่สร้างภาพลักษณ์ให้เป็นกีฬาที่มีความสากลมากขึ้นกว่าเดิม และเน้นให้มีการแข่งขันกีฬาสากลให้ได้มากที่สุด เป็นไปตามมาตรฐานของนานาชาติมากที่สุด ไม่มีกีฬาพื้นบ้านที่สร้างความได้เปรียบให้เจ้าภาพเหมือนที่ผ่านมา และเป้าหมายครั้งนี้ไทยต้องได้เจ้าเหรียญทองซีเกมส์ทั้งภาพรวมและกีฬาสากล รวมทั้งสร้างคุณค่าให้ซีเกมส์ด้วย
ทั้งนี้ ไทยไม่ได้เป็นเจ้าเหรียญทองซีเกมส์มาแล้ว 4 ครั้งหลังสุด ครั้งสุดท้ายที่ทำได้ในซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2558
ทวง เจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ในบ้านเราให้ได้!
การกลับมาเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทัพนักกีฬาไทยจะได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ต่อหน้ากองเชียร์ชาวไทย การเตรียมความพร้อมอย่างหนัก การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดคือ กำลังใจจากคนไทยทุกคน จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทัพไทยสามารถทวงบัลลังก์เจ้าเหรียญทองกลับคืนมาได้
ความสำคัญของการเป็นเจ้าเหรียญทองซีเกมส์
การเป็นเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่การได้รับเหรียญรางวัลและการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น
- สร้างแรงบันดาลใจ: ความสำเร็จของนักกีฬาไทย จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ หันมาสนใจและเล่นกีฬามากขึ้น
- กระตุ้นเศรษฐกิจ: การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในหลายๆ ด้าน เช่น การท่องเที่ยว การโรงแรม และการคมนาคม
- สร้างความสามัคคี: กีฬาเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความสามัคคีในชาติ เมื่อคนไทยร่วมกันเชียร์ ร่วมกันให้กำลังใจนักกีฬา จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ดังนั้น การทวงคืนเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ในครั้งนี้ จึงมีความหมายมากกว่าแค่การแข่งขันกีฬา แต่มันคือการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย และความมุ่งมั่นของคนไทยทุกคนที่จะก้าวไปข้างหน้า
พวกเราทุกคนควรสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เราได้ร่วมกันเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา และแสดงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยมีความสามารถในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติได้อย่างยอดเยี่ยม
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬา แต่เป็นโอกาสที่เราจะได้แสดงศักยภาพของประเทศ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน และสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ มาร่วมกันเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน และนำความภาคภูมิใจกลับมาสู่ประเทศไทย
ที่มา – คีย์แมนกีฬา มั่นใจทัพไทย ทวงเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ในรอบ 10 ปี – เป็นเจ้าภาพที่ดี