ทรัมป์ไม่กังวลงานสวนสนามจีน ปูติน-คิมร่วมด้วย
ทรัมป์ไม่กังวลงานสวนสนามจีน ปูติน-คิมเข้าร่วม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาไม่ได้มองว่าพิธีสวนสนามครั้งใหญ่ของจีน ที่มีประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือเข้าร่วมด้วยนั้น ถือเป็นความท้าทายสำหรับสหรัฐฯ ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่กังวลงานสวนสนามจีน แม้จะมีผู้นำระดับโลกเข้าร่วม
ทรัมป์ยืนยันที่ทำเนียบขาวว่า เขาไม่มีความกังวลหลังถูกถามเกี่ยวกับพิธีสวนสนาม ณ กรุงปักกิ่ง โดยกล่าวว่า “จีนต้องการเรามากกว่าที่เราต้องการเขา ไม่เลย ผมไม่กังวลเลย” พร้อมย้ำว่า ตัวเขามีความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน อีกทั้งยังมีการประชุมที่ดีมากกับปูติน
ทรัมป์ได้แสดงท่าทีว่า เขาเปิดกว้างสำหรับการหารือแบบตัวต่อตัวกับทั้งประธานาธิบดีสีและคิม เพื่อกระชับสัมพันธ์กับจีนและเกาหลีเหนือ ทั้งยังเคยจัดการประชุมแบบพบปะกับประธานาธิบดีปูตินที่รัฐอะแลสกามาแล้ว เพื่อความคืบหน้าในการยุติสงครามกับยูเครน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า “เราจะรอดูว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ เราจะเปลี่ยนจุดยืน” พร้อมแสดงท่าทีไม่พอใจมากขึ้นจากการที่ปูตินไม่เต็มใจที่จะพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปูติน คิม และผู้นำต่างประเทศอีก 24 คนจะเข้าร่วมงานสวนสนามทางทหารกับประธานาธิบดีสี เพื่อรำลึกครบรอบ 80 ปีที่ญี่ปุ่นยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2
คิมเดินทางถึงกรุงปักกิ่งโดยรถไฟเมื่อวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 6 ปี และเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของเขาพร้อมกับบรรดาผู้นำต่างชาติหลายคน นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งต่อจากบิดาในปี 2554 และนับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าร่วมพิธีเดียวกันนี้กับทั้งสี จิ้นผิงและปูติน
นักวิเคราะห์มองอย่างไรต่อท่าทีของทรัมป์ที่ไม่กังวลงานสวนสนามจีน
นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศกล่าวว่า การปรากฏตัวต่อสาธารณะของผู้นำทั้งสามคน มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีอันแข็งแกร่งของพวกเขาในฐานะผู้นำของระเบียบโลกทางเลือก นอกเหนือจากระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐฯ มานานหลายสิบปี
ทั้งนี้ ผู้นำ 26 คนที่ตอบรับคำเชิญของจีนให้เข้าร่วมขบวนสวนสนามในครั้งนี้ ยังรวมถึง มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และ มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา
ความไม่กังวลของทรัมป์ต่องานสวนสนามที่มีผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือเข้าร่วม บ่งบอกถึงจุดยืนที่ซับซ้อนในการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการรวมตัวเพื่อต่อต้านอิทธิพลของสหรัฐฯ ทรัมป์กลับมองว่าจีนต้องการสหรัฐฯ มากกว่า
การที่ทรัมป์ ไม่กังวลงานสวนสนามจีน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในความสัมพันธ์ของเขากับผู้นำจีนและรัสเซีย ท่าทีนี้อาจเป็นกลยุทธ์ทางการทูต เพื่อรักษาความสัมพันธ์และเปิดโอกาสในการเจรจาต่อรองในอนาคต แม้ว่าการที่ปูตินและคิมเข้าร่วมงานสวนสนามจะถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการท้าทายอำนาจของสหรัฐฯ
ถึงแม้ว่าทรัมป์ จะไม่กังวลงานสวนสนามจีน แต่สถานการณ์นี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การรวมตัวของผู้นำระดับโลกอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจโลกในระยะยาว สหรัฐฯ จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น