ทรัมป์โว สหรัฐฯ ปิดดีลการค้าหลายประเทศ หนุนส่งออกถ่านหินพุ่งแรง

ทรัมป์โว สหรัฐฯ ปิดดีลการค้าหลายประเทศ หนุนส่งออกถ่านหินพุ่งแรง เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการพลังงานและการค้าสากล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศอย่างภาคภูมิใจเมื่อวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์กับหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งจะช่วยผลักดันการส่งออกถ่านหินของสหรัฐฯ ให้พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าทึ่ง
ทรัมป์โว สหรัฐฯ ปิดดีลการค้าหลายประเทศ หนุนส่งออกถ่านหินพุ่งแรง
ในการกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างงาน Champion of Coal ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์เน้นย้ำว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ปิดดีลการค้าสำคัญกับพันธมิตรเอเชียหลายราย ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตลาดส่งออกขยายตัวไปทั่วโลก ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของนโยบาย America First ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูอุตสาหกรรมถ่านหินในประเทศ
ถ่านหินเป็นหนึ่งในทรัพยากรพลังงานหลักของสหรัฐฯ ที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะถ่านหินสะอาดคุณภาพดีจากรัฐ Appalachia และ Wyoming การส่งออกที่พุ่งแรงนี้ไม่เพียงช่วยสร้างงานให้คนงานเหมืองถ่านหินนับหมื่นคน แต่ยังเพิ่มรายได้เข้าประเทศมหาศาล คาดการณ์ว่าปีนี้ยอดส่งออกอาจทะลุ 100 ล้านตัน สูงสุดในรอบทศวรรษ
รายละเอียดดีลทรัมป์โว สหรัฐฯ ปิดดีลการค้าหลายประเทศ หนุนส่งออกถ่านหินพุ่งแรง
แม้รายละเอียดข้อตกลงกับเกาหลีใต้ยังไม่เปิดเผยชัดเจนว่ามีการกำหนดโควตานำเข้าถ่านหินโดยตรงหรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2568 ทรัมป์เคยประกาศว่าเกาหลีใต้ตกลงซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และผลิตภัณฑ์พลังงานอื่นๆ จากสหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เอกสารข้อเท็จจริงร่วมที่เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน ไม่ได้กล่าวถึงถ่านหินโดยตรง แต่ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้า เกาหลีใต้สัญญาลงทุนในสหรัฐฯ รวม 3.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยลงทุนปีละไม่เกิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ แลกกับการลดภาษีนำเข้าจาก 25% เหลือ 15%
- เกาหลีใต้: เพิ่มการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาจีน
- ญี่ปุ่น: ขยายตลาดถ่านหินสำหรับโรงไฟฟ้า
- อินเดีย: ดีลใหญ่เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กและไฟฟ้า
- ประเทศอื่นๆ: เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์ ที่ต้องการพลังงานราคาถูก
นโยบายนี้สอดคล้องกับการถอนตัวจากข้อตกลงปารีสเรื่องสภาพอภูมิอากาศ ทำให้สหรัฐฯ กลับมาผลิตและส่งออกถ่านหินเต็มสูบ โดยไม่กังวลเรื่องกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและอนาคตของอุตสาหกรรมถ่านหินสหรัฐฯ
ทรัมป์โว สหรัฐฯ ปิดดีลการค้าหลายประเทศ หนุนส่งออกถ่านหินพุ่งแรง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยตรง รายได้จากการส่งออกคาดว่าจะช่วยลดการขาดดุลการค้า ลดการว่างงานในรัฐถ่านหินอย่าง Pennsylvania และ West Virginia นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบโต้จีนที่ครองตลาดถ่านหินโลกกว่า 50%
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์มองว่าการพึ่งพาถ่านหินอาจเสี่ยงต่อกระแสพลังงานสะอาด แต่ทรัมป์ยืนยันว่าถ่านหินสะอาดของสหรัฐฯ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศกำลังพัฒนา
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ข้อตกลงเหล่านี้จะช่วยให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้ส่งออกพลังงานอันดับต้นๆ ของโลก แซงหน้าออสเตรเลียและอินโดนีเซียในอนาคตอันใกล้
โอกาสสำหรับไทยและอาเซียน
สำหรับประเทศไทยและอาเซียน ข่าว ทรัมป์โว สหรัฐฯ ปิดดีลการค้าหลายประเทศ หนุนส่งออกถ่านหินพุ่งแรง อาจเปิดโอกาสในการแข่งขันหรือร่วมมือ โดยไทยที่นำเข้าถ่านหินปีละกว่า 20 ล้านตัน อาจได้ถ่านหินคุณภาพสูงราคาถูกลง หากสหรัฐฯ ขยายตลาดมาอาเซียน
สรุปแล้ว ข้อตกลงนี้ไม่เพียงฟื้นอุตสาหกรรมถ่านหินสหรัฐฯ แต่ยังเปลี่ยนโฉมหน้ามิตรภาพการค้าสากล สนับสนุนให้ผู้นำโลกหันมาเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น
คุณคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเศรษฐกิจการค้าอัปเดตล่าสุดกับเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ทรัมป์โว สหรัฐฯ ปิดดีลการค้าหลายประเทศ หนุนส่งออกถ่านหินพุ่งแรง