ทรัมป์เสนอไกล่เกลี่ยอียิปต์–เอธิโอเปีย ปมแม่น้ำไนล์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ พร้อมเสนอรื้อฟื้นบทบาทการไกล่เกลี่ย เพื่อช่วยคลี่คลายข้อพิพาทที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับการแบ่งปันทรัพยากรน้ำในแม่น้ำไนล์ระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปีย โดยย้ำว่าไม่ควรมีประเทศใดควบคุมทรัพยากรของแม่น้ำสายนี้เพียงฝ่ายเดียว

ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ประเทศในภูมิภาคไม่ควรดำเนินการฝ่ายเดียวต่อทรัพยากรอันล้ำค่าของแม่น้ำไนล์จนสร้างความเสียเปรียบให้ประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมระบุว่า แนวทางที่เหมาะสมควรทำให้การปล่อยน้ำในช่วงภัยแล้งและปีที่แห้งแล้งยาวนานมีความแน่นอน เพื่อประโยชน์ของอียิปต์และซูดาน

ขณะเดียวกัน แนวทางดังกล่าวควรเปิดทางให้เอธิโอเปียสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณมาก โดยไฟฟ้าบางส่วนอาจมอบให้หรือจำหน่ายให้แก่อียิปต์และซูดาน

ข้อพิพาทเกี่ยวกับเขื่อนแกรนด์เอธิโอเปียนเรอเนซองส์ หรือ GERD สะท้อนความขัดแย้งระหว่างความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจและพลังงานของเอธิโอเปีย กับความกังวลของอียิปต์เรื่องภาวะขาดแคลนน้ำ เนื่องจากแม่น้ำบลูไนล์มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของประเทศ

ในแถลงการณ์ร่วม บัดร์ อับเดลอัตตี รัฐมนตรีต่างประเทศอียิปต์ และฮานี เซวิลาม รัฐมนตรีทรัพยากรน้ำ ปฏิเสธการดำเนินการฝ่ายเดียวบนแม่น้ำไนล์ ซึ่งหมายถึงโครงการเขื่อน GERD และเตือนว่า อียิปต์จะไม่ยอมรับการสร้างเขื่อนแห่งใหม่บนแม่น้ำไนล์ หากไม่มีข้อตกลงทางกฎหมายล่วงหน้า

อียิปต์และซูดานซึ่งอยู่ปลายน้ำ แสดงความกังวลต่อส่วนแบ่งน้ำของประเทศตนมาโดยตลอด นับตั้งแต่เอธิโอเปียเริ่มก่อสร้างเขื่อน GERD ในปี 2554 โดยการเจรจาไตรภาคีตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่มีผลผูกพันเกี่ยวกับการกักเก็บและการเดินเครื่องเขื่อนได้ ทั้งนี้ เอธิโอเปียเริ่มพิธีเปิดเขื่อนอย่างเป็นทางการในเดือนก.ย. 2568

การไกล่เกลี่ยที่นำโดยสหรัฐฯ เริ่มขึ้นในสมัยวาระแรกของทรัมป์ แต่ยุติลงในปี 2563 หลังเอธิโอเปียถอนตัว แม้ภายหลังยังมีการหารือบางส่วนภายใต้กรอบของสหภาพแอฟริกาก็ตาม

ทรัมป์เสนอไกล่เกลี่ยอียิปต์–เอธิโอเปีย ปมแม่น้ำไนล์

สถานการณ์ความขัดแย้งเรื่องแม่น้ำไนล์นี้ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้นได้ หากไม่มีการหาทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืน การที่ทรัมป์เสนอตัวเข้ามาไกล่เกลี่ยอีกครั้ง ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่การเจรจาจะต้องมีความจริงจังและเปิดเผย เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน

ทำไมทรัมป์ถึงยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยอียิปต์และเอธิโอเปียในปมแม่น้ำไนล์?

การที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์กลับมายื่นข้อเสนอในการทรัมป์เสนอไกล่เกลี่ยอียิปต์–เอธิโอเปีย ปมแม่น้ำไนล์นั้น น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้ว่าการไกล่เกลี่ยก่อนหน้านี้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่การที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจโลกเข้ามามีส่วนร่วม อาจช่วยผลักดันให้เกิดความคืบหน้าในการเจรจาได้

ปัจจัยที่ทำให้ทรัมป์สนใจเรื่องนี้ อาจมาจาก:

  • ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค: อียิปต์และเอธิโอเปียเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในทวีปแอฟริกา ความมั่นคงในภูมิภาคนี้จึงมีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ
  • ความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ: สหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งอียิปต์และเอธิโอเปีย การเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยอาจช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ในเวทีโลก
  • ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: ข้อพิพาทเรื่องแม่น้ำไนล์อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในภูมิภาค การแก้ไขปัญหาอาจช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและความร่วมมือในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การทรัมป์เสนอไกล่เกลี่ยอียิปต์–เอธิโอเปีย ปมแม่น้ำไนล์ก็ยังมีความท้าทายอยู่มาก ความไว้วางใจระหว่างประเทศต่างๆ ยังคงต่ำ และผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายก็แตกต่างกัน การเจรจาจะต้องมีความอดทนและยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถหาทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืนได้

การกลับมาของทรัมป์ในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย อาจเป็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อนี้ แต่ความสำเร็จของการเจรจาขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงของทุกฝ่ายในการร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

แน่นอนว่า ทรัมป์เสนอไกล่เกลี่ยอียิปต์–เอธิโอเปีย ปมแม่น้ำไนล์นี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ทรัมป์เสนอไกล่เกลี่ยอียิปต์–เอธิโอเปีย ปมข้อพิพาทแม่น้ำไนล์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *