ทรัมป์เล็งใช้มาตรการแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ชี้อาจมีปฏิบัติการทางทหาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาใช้ “มาตรการที่แข็งกร้าว” ต่ออิหร่าน โดยมีความเป็นไปได้ในการใช้ปฏิบัติการทางทหาร

ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า อิหร่าน “ข้ามเส้น” ที่ทำให้ต้องมีการตอบโต้แล้วหรือยัง ทรัมป์ตอบว่า “ดูเหมือนว่าพวกเขาเริ่มข้ามเส้นแล้ว” พร้อมกับเสริมว่า “เรากำลังพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง กองทัพกำลังพิจารณาอยู่ และเรากำลังพิจารณามาตรการที่แข็งกร้าว เราจะตัดสินใจในเรื่องนี้”

ทรัมป์เสริมว่าเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน “ทุกชั่วโมง” และผู้นำของอิหร่านได้ติดต่อมาหาเขา โดยแสดงความปรารถนาที่จะเจรจา

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานในวันอาทิตย์โดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ในวันอังคารนี้ (13 ม.ค.) ทรัมป์จะรับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับทางเลือกในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน

รายงานระบุว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม กองทัพสหรัฐฯ น่าจะเข้าร่วมการประชุมในวันอังคาร อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่น่าจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากการพิจารณายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการของรัฐบาลทรัมป์อาจรวมถึงการส่งเสริมแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน การใช้อาวุธไซเบอร์ลับโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือน การใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม และการโจมตีทางทหาร รวมถึงอาจมีการส่งสถานีฐานของสตาร์ลิงก์ (Starlink) ซึ่งเป็นบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของอีลอน มัสก์ เข้าไปในอิหร่าน

รายงานระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้เคลื่อนกำลังพลเพื่อเตรียมการสำหรับการโจมตีทางทหารที่อาจเกิดขึ้น โดยระบุว่า หากมีการเตรียมกำลังพลจริง ก็ต้องเตรียมความพร้อมทั้งสำหรับการโจมตี รวมถึงการปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯ ได้นำเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) และกองเรือรบจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปยังลาตินอเมริกา ทำให้ไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินเหลืออยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือยุโรป

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในวันอาทิตย์ ประธานรัฐสภาอิหร่านได้ออกมาเตือนว่าจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ เป็นฝ่ายลงมือโจมตีก่อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

ทรัมป์เล็งใช้มาตรการแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ชี้อาจมีปฏิบัติการทางทหาร

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้น

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก มาตรการแข็งกร้าวต่ออิหร่าน

หากสหรัฐฯ ตัดสินใจใช้ มาตรการแข็งกร้าวต่ออิหร่าน จริง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นนั้นมีหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาพลังงานโลกอาจผันผวนอย่างหนัก การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านอาจต้องหยุดชะงัก และความขัดแย้งในภูมิภาคอาจรุนแรงมากยิ่งขึ้น

การตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และอาจส่งผลกระทบต่อโลกในวงกว้าง เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

ดูเหมือนว่า ทรัมป์เล็งใช้มาตรการแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ชี้อาจมีปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างมาก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)

ที่มา – ทรัมป์เล็งใช้มาตรการแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ชี้อาจมีปฏิบัติการทางทหาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *