ทรัมป์เล็งตั้งเงื่อนไขคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เล็งตั้งเงื่อนไขคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แลกบังคับซื้อประกันจากรัฐบาลสหรัฐฯ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวใหญ่ในแวดวงการเมืองและพลังงานโลกกันเลย ที่กำลังเป็นกระแสทรัมป์เล็งตั้งเงื่อนไขคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แลกบังคับซื้อประกันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ตามรายงานล่าสุดจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาแผนสุดแหวกแนวนี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
แหล่งข่าวในวงการประกันภัยที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้เล่าว่า เรือพาณิชย์ที่อยากได้กองทัพเรือสหรัฐฯ มาคุ้มกันขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะต้องซื้อประกันภัยจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อน กรมธรรม์นี้จะครอบคลุมทั้งตัวเรือ เครื่องจักร และสินค้าบนเรือเลยทีเดียว โครงการนี้จะรันผ่านบรรษัทเพื่อการพัฒนาเงินทุนแห่งรัฐของสหรัฐฯ หรือ DFC ร่วมกับบริษัทประกันเอกชนยักษ์ใหญ่อย่าง “ชับบ์” (Chubb) ซึ่งช่วยให้มีความน่าเชื่อถือสูง
ทรัมป์เล็งตั้งเงื่อนไขคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ: แผน reinsurance มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์
ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา DFC ประกาศแผนจัดสรรวงเงินประกันภัยต่อ (Reinsurance) สูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซควบคู่กับกำลังทหารคุ้มกัน นี่คือการตอบโต้โดยตรงต่อท่าทีของอิหร่านที่ขู่ว่าจะปิดช่องแคบ ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ทรัมป์เคยส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ พร้อมเป็นผู้รับประกันภัยให้เรือพาณิชย์ที่ใช้เส้นทางนี้ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานโลก
อย่างไรก็ตาม FT ชี้ว่ายังไม่แน่ชัดว่าทำเนียบขาวจะผลักดันให้แผนทรัมป์เล็งตั้งเงื่อนไขคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แลกบังคับซื้อประกันจากรัฐบาลสหรัฐฯ นี้กลายเป็นจริงหรือไม่ แต่ถ้าสำเร็จ มันจะเปลี่ยนเกมการค้าและประกันภัยในภูมิภาคไปเลย
ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญยังไง? ทำไมต้องคุ้มกันเรือ
ช่องแคบฮอร์มุซคือประตูสู่ทะเลเปิดที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน กว้างแค่ 33 กม. แต่ขนส่งน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก หรือวันละกว่า 21 ล้านบาร์เรล มูลค่าการค้าผ่านจุดนี้สูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ถ้าปิดได้ ราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุฟ้าแน่นอน อิหร่านเคยขู่อุดช่องแคบหลายครั้ง สร้างความหวาดกลัวให้ตลาดโลก
- ความเสี่ยงสูง: เรือพาณิชย์เผชิญการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธหรือเรืออิหร่าน
- ผลกระทบเศรษฐกิจ: น้ำมันแพงขึ้น ส่งผลต่อค่าขนส่งและเงินเฟ้อทั่วโลก
- บทบาทสหรัฐฯ: กองทัพเรือสหรัฐฯ มีประจำการในพื้นที่เพื่อคุ้มครองเส้นทาง
- ตลาดประกัน: ค่าเบี้ยประกันพุ่งสูง เนื่องจากความเสี่ยง
แผนของทรัมป์จึงตอบโจทย์ตรงที่ใช้กำลังทหารแลกกับรายได้ประกัน ช่วยลดภาระงบประมาณรัฐบาล แต่ก็อาจถูกวิจารณ์ว่าบังคับเอกชน
ผลกระทบที่คาดการณ์ได้จากแผนนี้
ถ้าทรัมป์เล็งตั้งเงื่อนไขคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แลกบังคับซื้อประกันจากรัฐบาลสหรัฐฯ สำเร็จ ผู้ประกอบการเดินเรือจะได้ความปลอดภัยเพิ่ม แต่ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่อาจแพงกว่าตลาดเอกชน ตลาดประกันทั่วโลกอาจปรับตัว โดยบริษัทเอกชนอย่าง Chubb ได้ประโยชน์จากพันธมิตรรัฐ ขณะที่อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการยกระดับความตึงเครียด น้ำมันโลกยังผันผวนต่อไป
ในมุมมองของผม แผนนี้ฉลาดตรงที่ผสมกำลังทหารกับธุรกิจประกัน แต่ต้องระวังไม่ให้กลายเป็นการผูกขาดตลาด คิดดูสิครับ ถ้าสหรัฐฯ ควบคุมประกันเส้นทางสำคัญแบบนี้ จะส่งผลต่อจีน ญี่ปุ่น และยุโรปที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียยังไง
คุณคิดเห็นอย่างไรกับแผนทรัมป์นี้? มันจะช่วยลดความเสี่ยงหรือเพิ่มต้นทุนให้ธุรกิจเดินเรือ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ และ subscribe เพื่อติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกอัปเดตทุกวันครับ!
ที่มา – ทรัมป์เล็งตั้งเงื่อนไขคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แลกบังคับซื้อประกันจากรัฐบาลสหรัฐฯ