ทรัมป์ลั่น ยกเลิกคำสั่งอภัยโทษยุคไบเดน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า เขาจะยกเลิกเอกสารทางกฎหมายทั้งหมด รวมถึงคำสั่งอภัยโทษยุคไบเดน ที่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามโดยใช้เครื่องเซ็นชื่ออัตโนมัติ (Autopen) ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความกังขาแก่แวดวงกฎหมายว่าศาลจะรับรองคำสั่งดังกล่าวหรือไม่

ประเด็นความขัดแย้งนี้สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาที่ทรัมป์และกลุ่มผู้สนับสนุนมักหยิบยกมาโจมตีตลอดช่วงที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง โดยตั้งข้อสังเกตถึงสภาพจิตใจของไบเดนและชี้นำว่าการตัดสินใจสำคัญมาจากคณะทำงาน ไม่ใช่ตัวประธานาธิบดีเอง จึงมองว่าการใช้เครื่อง Autopen ลงนามแทนการเซ็นสดทำให้คำสั่งต่าง ๆ เป็นโมฆะ แม้ในความเป็นจริง ธรรมเนียมการใช้เครื่อง Autopen เพื่อทุ่นแรงในการเซ็นเอกสารจำนวนมากหรือเอกสารพิธีการ เป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากทั้งสองพรรคปฏิบัติกันมานานหลายปีก็ตาม

ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล (Truth Social) แพลตฟอร์มของตัวเองว่า “ขอแจ้งให้ใครก็ตามที่ได้รับ ‘ใบอภัยโทษ’, ‘ใบลดโทษ’ หรือเอกสารทางกฎหมายอื่น ๆ ที่ลงนามในลักษณะดังกล่าว ทราบว่าเอกสารนั้นถือว่ายกเลิกโดยสิ้นเชิงและไม่มีผลทางกฎหมายอีกต่อไป”

อย่างไรก็ตาม มาร์ก ออสเลอร์ ศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์โทมัส ให้ความเห็นว่า “ไม่เคยมีแนวคิดว่าประธานาธิบดีจะมีอำนาจเพิกถอนคำสั่งอภัยโทษของประธานาธิบดีคนก่อนได้” สอดคล้องกับ เบอร์นาเด็ตต์ เมย์เลอร์ ศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์จากสแตนฟอร์ด ที่ยืนยันว่า “ไม่มีกฎหมายหรือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญข้อใดเลย” ที่ให้อำนาจทรัมป์กลับคำสั่งเพียงเพราะเรื่องการใช้ Autopen

ด้าน ไบรอัน คาลต์ ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยกฎหมาย มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต อธิบายขั้นตอนทางกฎหมายว่า รัฐบาลไม่สามารถสั่งยกเลิกได้ทันที แต่ต้องยื่นเรื่องคัดค้านต่อศาล และต้อง “พิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าไบเดนไม่ได้เป็นผู้อนุมัติเอกสารเหล่านั้นจริง” ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าไบเดนใช้ Autopen กับเอกสารอภัยโทษฉบับใดบ้าง

ทั้งนี้ ก่อนพ้นตำแหน่งในเดือนม.ค. ไบเดนได้ออกคำสั่งอภัยโทษให้หลายราย รวมถึงคนในครอบครัวของตนเพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และลดโทษให้ผู้ต้องขังคดียาเสพติดที่ไม่รุนแรง

ความพยายามในการล้มล้างคำสั่งอภัยโทษยุคไบเดนเกิดขึ้นในขณะที่ตัวทรัมป์เองกำลังใช้อำนาจนี้อย่างกว้างขวาง โดยในช่วง 10 เดือนแรกของการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง ทรัมป์เซ็นคำสั่งอภัยโทษไปแล้วถึง 70 ครั้ง และมีแนวโน้มจะทำสถิติแซงหน้าประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ในศตวรรษที่ 21

ล่าสุดเมื่อวันพุธ ทรัมป์เพิ่งอภัยโทษให้ ฆวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ อดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัส ซึ่งต้องโทษจำคุกคดีสมคบคิดนำเข้าโคเคนหลายตันสู่สหรัฐฯ โดยทรัมป์อ้างลอย ๆ ว่าเอร์นันเดซเป็นเพียงเหยื่อของการล่าแม่มดโดยรัฐบาลไบเดนเท่านั้น

ทรัมป์ประกาศยกเลิกคำสั่งอภัยโทษยุคไบเดนที่เซ็นด้วยเครื่อง Autopen

ทำไมทรัมป์ถึงต้องการยกเลิกคำสั่งอภัยโทษยุคไบเดน?

สาเหตุหลักที่ทรัมป์หยิบยกมาอ้างคือการที่ไบเดนใช้เครื่อง Autopen ในการลงนาม ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าไบเดนไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจอย่างแท้จริงและคำสั่งเหล่านั้นจึงไม่สมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายท่านได้ออกมาแย้งว่าไม่มีบทบัญญัติใดที่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการยกเลิกคำสั่งอภัยโทษที่ออกโดยประธานาธิบดีคนก่อนหน้า และการใช้ Autopen ก็เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมานานแล้วในทำเนียบขาวเพื่อความสะดวกในการลงนามเอกสารจำนวนมาก

การประกาศดังกล่าวของทรัมป์สร้างความสับสนและความไม่แน่นอนให้กับผู้ที่ได้รับคำสั่งอภัยโทษยุคไบเดน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีและการอภัยโทษในอนาคต การที่ทรัมป์พยายามล้มล้างการตัดสินใจของรัฐบาลชุดก่อน แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ และอาจนำไปสู่ความท้าทายทางกฎหมายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ศาลจะเป็นผู้ตัดสินว่าการใช้ Autopen มีผลต่อความสมบูรณ์ของคำสั่งอภัยโทษหรือไม่ และทรัมป์มีอำนาจในการยกเลิกคำสั่งที่ออกโดยประธานาธิบดีคนก่อนหรือไม่ คดีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของระบบกฎหมายและอำนาจของประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกา

ที่มา – ทรัมป์ประกาศยกเลิกคำสั่งอภัยโทษยุคไบเดนที่เซ็นด้วยเครื่อง Autopen

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *