ด่วน! ศาลอุทธรณ์ จำคุก เอกชัย หงส์กังวาน 21 ปี
ด่วน ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ จำคุก เอกชัย หงส์กังวาน 21 ปี ส่วนพวกอีก 4 รายเจอคุก 16 ปี กรณีขวางขบวนเสด็จเมื่อปี 63
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.ย.2568 ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีของนักกิจกรรมและประชาชนรวม 5 ราย ได้แก่ นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ นายชนาธิป ชัยยะยางกูร และนายภาณุภัทร ไผ่เกาะ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ตามลำดับ
ความผิดฐาน แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ
โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 63 จำเลยทั้งห้า กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันมั่วสุมชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
โดยพวกจำเลยทั้งห้ากับพวกจำนวนหลายร้อยคนได้ลงมายืนบนพื้นผิวจราจรบนถนนพิษณุโลก ลักษณะกีดขวางการจรจรซึ่งได้กำหนดใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบรมราชินี และพระบรมศานุวงศ์ เพื่อไปทรงบำเพ็ญกุศล ถวายผ้าพระกฐินประจำปี พ.ศ. 2563 ณ วัดราชโอรสาราม ซึ่งมีรถยนต์ บก.จร. และรถยนต์ในขบวนเสด็จฯ ขับเบิกทาง
โดยจำเลยกับพวก ซึ่งมาร่วมกิจกรรมชุมนุม “เพราะเราทุกคนคือคณะราษฎร และคณะราษฎรยังไม่ตาย” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้บังอาจร่วมกันประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระบรมราชินีโดยช่วยกันใช้กำลังผลักดันแถวแนวหน้าเจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) เพื่อขัดขวางมิให้ขบวนเสด็จฯ สามารถเคลื่อนผ่านไปยังเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ไปแยกนางเลิ้งได้ อีกทั้งยังได้ชูสัญญลักษณ์สามนิ้วใส่ขบวนเสด็จฯ อีกด้วย
เดิมศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา แต่อัยการได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อมา
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ จำคุก นายเอกชัย หงส์กังวาน 21 ปี ส่วนพวกอีก 4 รายเจอคุก 16 ปี
ภาพ : ไข่แมวชีส
ด่วน! ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ จำคุก เอกชัย หงส์กังวาน 21 ปี ขวางขบวนเสด็จปี 63
ข่าวล่าสุดที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือกรณีที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีของนายเอกชัย หงส์กังวาน และพวก รวม 5 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าขวางขบวนเสด็จเมื่อปี 2563 โดยศาลอุทธรณ์ได้พิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นต้น โดยสั่งจำคุกนายเอกชัย หงส์กังวาน เป็นเวลา 21 ปี และจำคุกพวกอีก 4 คน คนละ 16 ปี
คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองและการชุมนุมประท้วง ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวก็ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น
ข้อกล่าวหาและการพิจารณาคดี
จำเลยทั้ง 5 คนถูกกล่าวหาว่าร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และกีดขวางการจราจร ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่กำหนดให้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบรมราชินีและพระบรมศานุวงศ์ เพื่อไปทรงบำเพ็ญกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชโอรสาราม
อัยการโจทก์ระบุว่า จำเลยกับพวกได้ลงมายืนบนพื้นผิวจราจรบนถนนพิษณุโลก และกีดขวางการจราจร ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดขวางขบวนเสด็จฯ นอกจากนี้ จำเลยกับพวกยังได้ร่วมกันประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระบรมราชินี โดยช่วยกันใช้กำลังผลักดันแถวแนวหน้าเจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) และชูสัญลักษณ์สามนิ้วใส่ขบวนเสด็จฯ
ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา โดยเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม อัยการได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อมา และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นต้น
สำหรับการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดที่โจทก์และจำเลยนำเสนอ รวมถึงพยานหลักฐานใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลังการพิจารณาคดีในชั้นต้น
คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดี ด่วน! ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ จำคุก เอกชัย หงส์กังวาน 21 ปี นี้ นับว่าเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก และอาจส่งผลกระทบต่อการตีความและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมประท้วงและการแสดงออกทางการเมืองในอนาคต
ทั้งนี้ การวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย แต่ต้องเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต และไม่เป็นการดูหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาล
อย่างไรก็ตาม การเคารพคำตัดสินของศาลถือเป็นหลักการพื้นฐานของระบบยุติธรรม และเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สังคมมีความสงบเรียบร้อยและความยุติธรรม
ที่มา – ด่วน ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ จำคุก เอกชัย หงส์กังวาน 21 ปี ขวางขบวนเสด็จปี 63