ด่วน! กัมพูชาส่งตัว ‘ลุงโยชน์’ กลับไทย ผ่านช่องสะงำ

ด่วน! กัมพูชาส่งตัว ‘ลุงโยชน์’ กลับไทย แล้วครับ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 มีข่าวดีเข้ามาให้คนไทยได้ยิ้มกัน เมื่อฝ่ายกัมพูชาตกลงส่งตัว นายโยชน์ สายน้อย หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ ‘ลุงโยชน์’ กลับประเทศไทย ผ่านด่านช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ หลังจากทหารไทยเปิดกลไก RBC หรือคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค มาประสานงานอย่างใกล้ชิด ลดความตึงเครียดบริเวณชายแดนได้สำเร็จ

กัมพูชาส่งตัว ‘ลุงโยชน์’ กลับไทยแล้ว

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ลุงโยชน์ซึ่งเป็นคนไทย ไปติดอยู่ที่กัมพูชา กองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ภท.4) ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบประสานงานทันที โดยผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ส่งหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และผ่านกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา จนในที่สุดฝ่ายกัมพูชาอนุมัติให้ส่งตัวกลับ

การประสานงานครั้งนี้ใช้กลไก RBC ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชา โดย พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 และประธาน RBC ฝ่ายกัมพูชา โทรประสานตรงกับกองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เวลา 11.00 น. กำหนดส่งตัวในวันถัดไป 15 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่ด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

กัมพูชาส่งตัว ‘ลุงโยชน์’ กลับไทย

ขั้นตอนการประสานงานกัมพูชาส่งตัว ‘ลุงโยชน์’ กลับไทย

มาดูกันว่าการทำงานเบื้องหลังเป็นยังไงบ้างครับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้น

  • ประสาน RBC: พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธาน RBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะรับตัว
  • ส่งมอบตัว: เวลา 11.00 น. ฝ่ายกัมพูชานำโดย พล.จ.นิด นารง ส่งลุงโยชน์ให้ฝ่ายไทยที่ด่านช่องสะงำ
  • ตรวจสุขภาพ: ลุงโยชน์สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีบาดแผลใดๆ
  • ขับเคลื่อนโดยแม่ทัพ: แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ติดตามอย่างใกล้ชิด

แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 บอกว่าความสำเร็จนี้มาจากการทำงานเป็นทีมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลไก RBC ที่ช่วยแก้ปัญหาชายแดนได้อย่างรวดเร็ว ลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ

RBC หรือ Regional Border Committee เป็นกลไกสำคัญที่ไทยและกัมพูชาใช้แก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายผิดกฎหมาย การหลบหนี หรืออุบัติเหตุ ทำให้ทั้งสองฝ่ายไว้วางใจกันมากขึ้น ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายๆ กันหลายครั้งที่ประสานงานสำเร็จ ลุงโยชน์ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี

นอกจากนี้ การที่กัมพูชาส่งตัว ‘ลุงโยชน์’ กลับไทย ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงที่ชายแดนมีความอ่อนไหวจากประเด็นต่างๆ หากไม่มีกลไกแบบนี้ อาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวชายแดน สามารถเห็นได้ว่าทหารไทยทำงานหนักแค่ไหนในการดูแลความสงบสุขให้ประชาชน ครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน หากมีปัญหาคล้ายกัน แนะนำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จะได้ช่วยเหลือได้เร็ว

ในมุมมองของผม นี่คือตัวอย่างของ ‘diplomacy at the border’ ที่มีประสิทธิภาพมากๆ ช่วยลดความเข้าใจผิดและสร้างมิตรภาพระยะยาว ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวดีกัน!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *