ซีเกมส์ 2568: เจาะลึกจัดซื้อจัดจ้าง 142 ล้าน!
การเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ในปี พ.ศ. 2568 ของประเทศไทยนั้น มาพร้อมคำถามสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2568 ที่มีมูลค่าสูงถึง 142 ล้านบาท และกระบวนการที่เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมง
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ความรวดเร็วผิดปกติของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนี้ สังคมจึงเกิดความสงสัยว่า การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หรือไม่?
เจาะลึกเบื้องหลัง การจัดซื้อจัดจ้าง ซีเกมส์ 2568
จากข้อมูลที่เปิดเผย พบว่าไทม์ไลน์การทำงานของภาครัฐเป็นไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- 1 ธันวาคม 2568: ประกาศราคากลาง และออกหนังสือเชิญ 4 บริษัท
- 2 ธันวาคม 2568: ยื่นซอง, พิจารณาผล, และตรวจสอบเอกสาร (มูลค่างาน 142 ล้านบาท)
- 3 ธันวาคม 2568: ประกาศบริษัทผู้ชนะ
การดำเนินการทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 2 วัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไร?
คำถามสำคัญคือ การใช้วิธีคัดเลือก (Selection Method) ตามมาตรา 56 (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 นั้น ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่? เพราะการใช้วิธีนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลพิเศษ เช่น เป็นพัสดุที่ต้องซื้อโดยตรงจากผู้ผลิต หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจคาดหมายได้ แต่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2568 มาเป็นเวลานานถึง 2 ปี เหตุใดจึงปล่อยเวลาให้ล่วงเลยจนต้องเร่งรัดกระบวนการ?
หากความเร่งด่วนเกิดจากความล่าช้าของหน่วยงานรัฐเอง การใช้วิธีคัดเลือกอาจเข้าข่ายการบริหารงานที่บกพร่อง และไม่สามารถอ้างเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนตามกฎหมายได้
ความรวดเร็วที่น่าสงสัยในการจัดซื้อจัดจ้าง ซีเกมส์ 2568
ประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ ความเป็นไปได้ทางปฏิบัติของงานเอกสารที่เร่งรัดขนาดนี้:
- การส่งหนังสือเชิญ: การส่งหนังสือเชิญไปยัง 4 บริษัท และการที่บริษัทเหล่านั้นสามารถจัดทำข้อเสนอ (Proposal) ที่มีมูลค่าสูงถึงร้อยล้านบาทได้ภายใน 1 วันทำการนั้น เป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อ หากไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า
- หลักค้ำประกันสัญญา: โดยปกติแล้ว ธนาคารจะใช้เวลา 3-4 วันทำการในการออกหนังสือค้ำประกัน (Bank Guarantee) แต่ในกรณีนี้ กลับดำเนินการเสร็จสิ้นในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับวันหยุด
- ส่วนลด 0.10%: ราคาที่ชนะการประมูลต่ำกว่าราคากลางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่มักพบในกรณีที่มีการแข่งขันน้อย หรือมีการกำหนดเพดานราคาที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่ามีการเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมงานก่อนการประกาศราคากลางและการลงนามในสัญญา โดยมีการติดตั้งโครงสร้าง เวที ระบบไฟฟ้า และสระน้ำ ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2568 (วันประกาศราคากลาง) และก่อนการลงนามในสัญญา
ข้อกฎหมายที่ต้องระวังคือ การอนุญาตให้เอกชนเข้าทำงานก่อนการลงนามในสัญญา ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากของผู้มีอำนาจ เพราะระเบียบกระทรวงการคลังฯ ห้ามมิให้ก่อหนี้ผูกพันก่อนได้รับการอนุมัติเงินประจำงวดและลงนามในสัญญา หากเกิดความเสียหาย หรือสัญญาไม่ได้รับการอนุมัติ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว?
การติดตั้งที่เกิดขึ้นก่อนที่แบบรูปรายการ (Detailed Design) จะได้รับการอนุมัติ ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการติดตั้งระบบแสงสีเสียงในช่วงวันที่ 4-8 ธันวาคม 2568 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การตรวจรับพัสดุอาจไม่ได้มาตรฐาน เพราะไม่มีแบบที่ผ่านการอนุมัติเป็นเกณฑ์ในการตรวจ
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความเร็วเท่านั้น แต่เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายและเจตนา เราไม่ได้ตัดสินว่าบริษัทหรือเอกชนรายใดกระทำผิด แต่เรากำลังตั้งคำถามต่อคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และผู้มีอำนาจอนุมัติของหน่วยงานเจ้าของโครงการว่า:
- จะอธิบายต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างไร เรื่องการปล่อยเวลา 2 ปี ให้สูญเปล่า จนต้องมาใช้วิธีเร่งรัดขั้นตอนใน 2 วันสุดท้าย?
- การเข้าทำงานก่อนที่สัญญาจะลงนาม เป็นการเอื้อประโยชน์ หรือมีการตกลงกันนอกรอบหรือไม่?
- หากเกิดอุบัติเหตุจากการที่งานถูกทำก่อนที่แบบจะได้รับการอนุมัติ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของผู้ร่วมงาน?
ถึงเวลาแล้วที่องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. และ สตง. ต้องเข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินและไทม์ไลน์เอกสารของโครงการซีเกมส์ 2568 อย่างละเอียด เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
การตรวจสอบที่เข้มงวดจะช่วยให้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2568 เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ
ที่มา – เจาะลึกเบื้องหลัง การจัดซื้อจัดจ้าง ซีเกมส์ 2568 ผ่าปมร้อน ดีล 142 ล้าน จบไวใน 48 ชม.