ชัชชาติลั่น! จับแล้วมือพ่นสีทับงานศิลปะ “น่าอายด้วยซ้ำ”
ชัชชาติ ลั่น “น่าอายด้วยซ้ำ” จับได้แล้วมือพ่นสีทับงานศิลปิน ซัด ไม่ใช่แค่ความเลอะเทอะ ชี้ มีโทษรุนแรงกว่าปกติ บอกถ้าอยากพ่นเดี๋ยวจัดกำแพงให้
สืบเนื่องกรณีภาพผลงานกราฟิตี้ของศิลปินต่างชาติใน กทม. ถูกพ่นสีทับ โดย เพจ Drama-addict เปิดเผยว่า “มีลูกเพจฝากมา มีคนไปพ่นสีตามกำแพงหรือบ้านร้างแถวเจริญกรุง เละเทะไปหมด มีทั้งแบบที่เป็นกำแพงที่ทาง กทม. ให้คนที่มีฝีมือมาพ่นสีแสดงฝีมือ แล้วก็เจอคนไปพ่นสีทับหลายจุด ฝากทาง จนท. ที่เกี่ยวข้องด้วย” นั้น
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 29 ก.ย.2568 ที่ซอยเจริญกรุง 30 เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมเผยแพร่ภาพสด ความเสียหายงานศิลปะดังกล่าว

ชัชชาติ ลั่น “น่าอายด้วยซ้ำ” จับได้แล้วมือพ่นสีทับงานศิลปิน ซัด ไม่ใช่แค่ความเลอะเทอะ ชี้ มีโทษรุนแรงกว่าปกติ บอกถ้าอยากพ่นเดี๋ยวจัดกำแพงให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลงานศิลปะที่เสียหายดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “Krung Thep Creative Streets” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูต ในสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาส European Heritage Day 2025 โดยศิลปินภาพวาดฝาผนังจากประเทศไทยและประเทศในสหภาพยุโรป เดินทางมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะฝาผนัง
เพื่อนำเสนอประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรุงเทพมหานคร และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีรากฐานสืบทอดมาจากทวีปยุโรป ด้วยการเปลี่ยนถนนเหล่านี้ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งอันมีชีวิตชีวา เพื่อสะท้อนมรดกและสถาปัตยกรรม
โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 3-21 ก.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 15 จุดรอบกรุงเทพฯ ในย่านสำคัญต่าง ๆ อาทิ เจริญกรุง ตลาดน้อย ทรงวาด สาทรใต้ สุรวงศ์ และลุมพินี
นายชัชชาติ กล่าวตอนหนึ่งว่า ไม่ใช่แค่ความเลอะเทอะ ภาพมันมีเจ้าของ ศิลปินมอบให้ กทม.ดูแล มันเป็นทรัพย์สิน การทำลายนั้น มีโทษรุนแรงกว่าปกติทั่วไป ถ้าคิดจะทำ มันไม่ได้มีศักดิ์ศรี ความน่าภูมิใจ น่าอายด้วยซ้ำ ถ้าใครเห็นพฤติกรรมรีบแจ้งตำรวจ เรามี CCTV ทำแล้วอย่าคิดว่าจะรอดไปได้ ไม่ใช่แค่ศิลปินต่างประเทศ ของศิลปินคนไหน เรารับไม่ได้ มันแสดงถึงจิตใจ ความไม่มีระเบียบเรียบร้อย
“ผมคิดว่ากลุ่มศิลปินดี ๆ ก็มี ที่สร้างผลงาน ไม่ใช่ไปพ่นในที่ที่ไม่อนุญาต หรือถ้าอยากทำ เดี๋ยวผมเตรียมผนังให้เลย เมื่อวาน รองฯ ศานนท์ แจ้งมาไม่สบายใจ เป็นเรื่องที่คนตั้งใจทำเพื่อความสวยงามของเมือง ก็ต้องเอาโทษสูงสุด จับได้แล้วก็ต้องขยายผล ทุกคนเป็นเจ้าของผลงานนี้ร่วมกัน ก็ขอให้ช่วยดูแล ถ้าใครอยากทำลาย อย่าเลย ถ้าอยากพ่น เดี๋ยวหากำแพงให้เลย ที่เจ้าของอนุญาต ขอให้เคารพสิทธิของคนอื่น ของเมืองด้วย” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ ยังหันไปกล่าวขอบคุณทางตำรวจด้วยว่า ขอบคุณมากที่จับได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่มีกล้อง อย่าคิดว่าจะรอดไปได้ มันไม่ได้สร้างคุณค่าใครเลย “เสียใจ วาดซะสวยเลย มาพ่นอะไรก็ไม่รู้เนี่ย”
“จริง ๆ อาจจะเป็นงานของเขา แต่ก็ต้องเคารพศิลปินคนอื่นด้วย ไม่ใช่เราทำงานตามใจเราลายเส้นสวยหรือไม่สวย อยู่ที่คนมอง อาจจะมีคนชอบก็ได้ แต่การที่มาทับงานคนอื่นมันคงมีกลุ่มน้อยมาก ๆ ที่ชื่นชม ฝากพวกเราดูแลด้วย อย่าสนับสนุนพฤติกรรมแบบนี้เลย”
“อยากจะประกาศทีมอะไร ใครรู้ว่าเป็นพวกไหน โลโก้ของใคร ส่งข้อมูลมาหน่อย ถือว่าเป็นเรื่องจริงจัง ซีเรียส ต้องช่วยกันดูแล เป็นสมบัติของเมือง ของทุกคน เราจะมีภาพพวกนี้เยอะขึ้น ต้องช่วยกัน ฝากตำรวจด้วยเอาจิงเอาจัง ไม่ใช่แค่เรื่องสะอาด แต่เป็นการทำลายทรัพย์สินของเมือง” นายชัชชาติ กล่าว
พร้อมเปิดเผยด้วยว่า โทษของการพ่นทับผลงานที่เป็นสมบัติของสาธารณะนั้น มีโทษปรับ 60,000 บาท โดยล่าสุดสามารถจับมือพ่นได้แล้ว 1 คนจาก 3 คน ตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
ด้าน นายศานนท์ รองผู้ว่าฯ กล่าวย้ำด้วยว่า ทุกจุดมีกล้องดูแล
ชัชชาติลั่น! จับแล้วมือพ่นสีทับงานศิลปะ “น่าอายด้วยซ้ำ”
จากกรณีดังกล่าว ชัชชาติได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนถึงการกระทำดังกล่าวว่า “น่าอายด้วยซ้ำ” และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
ทำไมการพ่นสีทับงานศิลปะถึง “น่าอายด้วยซ้ำ”
การพ่นสีทับงานศิลปะของผู้อื่นนั้น ถือเป็นการกระทำที่แสดงถึงความไม่เคารพต่อความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินของผู้อื่น การแสดงออกทางศิลปะเป็นสิ่งที่ควรได้รับการส่งเสริมและอนุรักษ์ การทำลายงานศิลปะจึงเป็นการทำลายคุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจของสังคม
- การพ่นสีทับงานศิลปะ ถือเป็นการทำลายทรัพย์สิน
- เป็นการแสดงออกถึงความไม่เคารพต่อสิทธิของผู้อื่น
- เป็นการกระทำที่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเมือง
การที่นายชัชชาติออกมากล่าวว่า “น่าอายด้วยซ้ำ” นั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการกระทำดังกล่าว และเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ที่คิดจะกระทำการในลักษณะเดียวกันว่า การกระทำเช่นนี้จะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม
นอกจากนี้ การจับกุมผู้ที่ พ่นสีทับงานศิลปะ “น่าอายด้วยซ้ำ” ได้อย่างรวดเร็ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาทรัพย์สินของเมือง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า เมืองของเราปลอดภัยและน่าอยู่
ดังนั้น เราทุกคนควรช่วยกันสอดส่องดูแล และแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายทำลายทรัพย์สิน หรือทำลายงานศิลปะในที่สาธารณะ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ที่มา – ชัชชาติ ลั่น “น่าอายด้วยซ้ำ” จับได้แล้วมือพ่นสีทับงานคนอื่น ชี้โทษสูง
