งานเข้า! กระบะชนเสาไฟ 52 ต้น ประกันชั้น 3 ใครรับผิดชอบ?
อุทาหรณ์เตือนใจ! เกิดอุบัติเหตุรถกระบะส่งน้ำซิ่งชนเสาไฟฟ้าโค่นล้มระเนระนาดถึง 52 ต้น งานนี้ใครต้องรับผิดชอบค่าเสียหายมหาศาลที่คาดว่าจะเกิน 10 ล้านบาท เพราะมีเพียงประกันชั้น 3 เท่านั้น!
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อรถกระบะส่งน้ำดื่มคันหนึ่ง ขับมาด้วยความเร็วสูงและเสียหลักแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงอย่างจัง แรงกระชากมหาศาลจากสายไฟแรงสูงส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูงและเสาไฟฟ้าแรงต่ำหักโค่นตามกันเป็นโดมิโน่ รวมทั้งหมด 52 ต้น นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้บางส่วนอีก 1 แห่ง
ผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น บ้านเรือนและร้านค้ากว่า 24 หลังถูกเสาไฟล้มทับ รถยนต์เสียหาย 9 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2568 บนถนนหนองฮ่อ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่สำคัญ อุบัติเหตุครั้งนี้ยังส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอแม่ริม และอำเภอสันทราย สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ไฟถึง 217,323 ราย
ดร.ทองศุกร์ วงศ์โสภา ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเมืองเชียงใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยว่า มูลค่าความเสียหายจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะเกินหลัก 10 ล้านบาทอย่างแน่นอน แต่ยังต้องรอการสรุปภาพรวมอีกครั้งจากทีมงานประเมินค่าเสียหายที่กำลังลงสำรวจพื้นที่เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจน
พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานที่ปรากฏชัดเจนบ่งชี้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากการขับรถด้วยความเร็วสูงจนเสียหลักแหกโค้งชนเสาไฟฟ้า ทำให้ทรัพย์สินเสียหายเป็นวงกว้าง และมีผู้โดยสารที่นั่งมาในรถเสียชีวิต พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอาญากับคนขับในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต
ประเด็นสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจคือเรื่องของความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของทั้งทางราชการและประชาชน เบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวมีเพียงประกันชั้น 3 เท่านั้น ซึ่งหากวงเงินประกันไม่เพียงพอ ผู้เสียหายก็สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ โดยทางพนักงานสอบสวนจะเข้ามาดูแลในเรื่องการเจรจาของทั้งสองฝ่าย
ที่น่าสนใจคือ ตามกฎหมายแล้วนายจ้างจะต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอกในระหว่างการจ้างงาน หากผลการสอบสวนพบว่าขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างการทำงาน นายจ้างก็ต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำคนขับรถอีกครั้งเมื่อแพทย์อนุญาต ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องดำเนินคดีต่อไป
งานเข้า! กระบะชนเสาไฟ 52 ต้น ประกันชั้น 3 ใครรับผิดชอบ?
สถานการณ์เช่นนี้ถือเป็น งานเข้า กระบะชนเสาไฟ 52 ต้น ประกันชั้น 3 อย่างแท้จริง เพราะภาระค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบที่ตามมานั้นมหาศาล แล้วใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด?
งานเข้า! ประกันชั้น 3 กับความเสียหายหลักสิบล้าน
เมื่อรถยนต์มีเพียงประกันชั้น 3 นั่นหมายความว่าประกันจะคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้คือความเสียหายต่อเสาไฟฟ้า บ้านเรือน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของผู้อื่น รวมถึงค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บและค่าปลงศพของผู้เสียชีวิต วงเงินคุ้มครองของประกันชั้น 3 มักจะไม่สูงมากนัก และอาจไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในอุบัติเหตุครั้งนี้
หากวงเงินประกันชั้น 3 ไม่เพียงพอ ผู้เสียหายแต่ละรายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายส่วนเกินจากผู้ขับขี่และนายจ้างได้โดยตรง ซึ่งกระบวนการฟ้องร้องทางแพ่งอาจกินเวลานานและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
ความรับผิดชอบของนายจ้าง กรณีลูกจ้างประมาท
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 ระบุว่า นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น เว้นแต่นายจ้างจะได้พิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่การเลือก ลูกจ้างและการควบคุมการงานของลูกจ้างแล้ว
ดังนั้น หากพิสูจน์ได้ว่าอุบัติเหตุเกิดจากการประมาทของลูกจ้างขณะปฏิบัติงาน นายจ้างจะต้องร่วมรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้วในการคัดเลือกและควบคุมการทำงานของลูกจ้าง
งานเข้า กระบะชนเสาไฟ 52 ต้น ประกันชั้น 3 กลายเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด และผู้เสียหายจะได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรมหรือไม่
อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และมีสติอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ขึ้นอีก
นอกจากนี้ การมีประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงต่างๆ อย่างครบถ้วนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
ที่มา – งานเข้า กระบะส่งน้ำ ซิ่งชนเสาไฟโค่น 52 ต้น ตร.เผย มีเพียงประกันชั้น 3 นายจ้างอาจต้องร่วมรับผิดชอบ
