ค่ายอพยพมาวาซี: แออัดจนต้องกลับกาซา?

สถานการณ์ในค่ายอพยพมาวาซีริมชายฝั่งกาซากำลังวิกฤต ชาวปาเลสไตน์ที่พลัดถิ่นจากบ้านเกิดกำลังเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง ความแออัดยัดเยียดทำให้หลายครอบครัวตัดสินใจเสี่ยงชีวิตเดินทางกลับไปยังกาซาซิตี แม้จะรู้ว่ายังมีความเสี่ยงจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง

ค่ายอพยพมาวาซี ซึ่งเดิมทีถูกกำหนดให้เป็นเขตมนุษยธรรม กลับกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยาก ผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่อพยพมายังพื้นที่ชายทะเลทางตะวันตกของกาซาซิตี หวังว่าจะได้พบกับที่พักพิงที่ปลอดภัย แต่กลับพบว่าแทบไม่มีพื้นที่ว่าง เต็นท์ไม่เพียงพอ น้ำประปาขาดแคลน และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขเป็นไปอย่างยากลำบาก

ค่ายอพยพมาวาซีแออัดจนอยู่ไม่ได้ บีบชาวปาเลสไตน์กลับไปเสี่ยงตายที่กาซาซิตี

อิสราเอลได้ยกระดับการโจมตีในกาซาซิตีตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม โดยอ้างว่าเพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกจับกุมโดยกลุ่มฮามาส พร้อมกันนี้ก็ได้เรียกร้องให้พลเรือนอพยพไปยังค่ายอพยพมาวาซี ซึ่งถูกประกาศให้เป็นเขตมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกาซาที่บริหารโดยกลุ่มฮามาสประเมินว่า ยังมีประชากรราว 1.3 ล้านคนจากทั้งหมดประมาณ 2 ล้านคน อาศัยอยู่ในกาซาซิตีและพื้นที่ทางตอนเหนือ

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ในมาวาซีมีความหนาแน่นของเต็นท์สูงมากอยู่แล้ว ก่อนที่ผู้ลี้ภัยระลอกใหม่จะเดินทางมาถึง จำนวนเต็นท์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม ถึง 10 กันยายน ขณะที่พื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญแทบไม่เหลืออยู่แล้ว ทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการเป็นวงกว้าง

ทีมงานด้านมนุษยธรรมของ UN ประจำกาซาได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอิสราเอลที่ว่า มาวาซีเป็นเขตมนุษยธรรมอย่างแท้จริง โดยระบุว่าอิสราเอลไม่ได้ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้ที่ถูกบังคับให้อพยพมาที่นี่

สภาพความเป็นอยู่ที่แสนสาหัสในมาวาซี

“อิสราเอลไม่ได้ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้ที่ถูกบังคับให้อพยพไปที่นั่น ทั้งขนาดและขอบเขตของบริการที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับประชากรเดิมได้ ไม่ต้องพูดถึงผู้ที่อพยพมาใหม่” ทีมงานระบุในแถลงการณ์

ด้านนาวาโท นาดาฟ โชชานี โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ในเขตดังกล่าวยังมีพื้นที่สำหรับพักพิง รวมถึงมีเต็นท์ อาหาร น้ำสะอาด และเวชภัณฑ์พร้อมรองรับ แต่เมื่อถูกถามถึงแผนการรองรับประชากรนับล้านคนในพื้นที่ที่แออัดอยู่แล้ว โชชานีตอบว่า “เรากำลังดำเนินการในเรื่องนี้ เราจะเพิ่มเต็นท์ อาหาร น้ำ และศูนย์การแพทย์ในพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนสามารถเข้ามาได้”

กองทัพอิสราเอลได้เผยแพร่ภาพถ่ายและแผนที่ซึ่งอ้างว่าเป็นพื้นที่ว่างในมาวาซีที่ประชาชนสามารถกางเต็นท์ได้ แต่แผนที่ดังกล่าวกลับแสดงพื้นที่คนละส่วนกับภาพถ่ายดาวเทียม และเป็นพื้นที่บริเวณขอบด้านในของเขตมนุษยธรรม ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่อาจยังมีการสู้รบดำเนินอยู่ ส่วนภาพถ่ายที่เผยแพร่ออกมาเป็นเพียงพื้นที่โล่งคล้ายพื้นทรายที่ไม่มีสัญญาณของโครงสร้างพื้นฐานใด ๆ ในบริเวณใกล้เคียง

เทสส์ อินแกรมส์ โฆษกยูนิเซฟซึ่งลงพื้นที่กาซา กล่าวว่าพื้นที่ในมาวาซีเหลือน้อยมาก โดยเธอเห็นเต็นท์ถูกกางอยู่ตามไหล่ทาง และยังระบุด้วยว่าพื้นที่ตอนในของมาวาซีเป็นจุดที่มีสภาพเลวร้ายที่สุด

วิกฤตการณ์ในค่ายอพยพมาวาซีสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายอย่างมากในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นในสถานการณ์ความขัดแย้ง การแก้ไขปัญหาระยะยาวจำเป็นต้องมีการเจรจาเพื่อสันติภาพและการสร้างความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อให้ผู้คนสามารถกลับไปใช้ชีวิตในบ้านเกิดของตนได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

ที่มา – ค่ายอพยพมาวาซีแออัดจนอยู่ไม่ได้ บีบชาวปาเลสไตน์กลับไปเสี่ยงตายที่กาซาซิตี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *