กองทัพยัน! ประชุม จีบีซี ที่จันทบุรีไม่มีเปลี่ยน
กองทัพยัน ประชุม จีบีซี ปมหยุดยิง เป็นที่จันทบุรีไม่มีเปลี่ยนแปลง จะล่มหรือไม่อยู่ที่กัมพูชา ลั่นคุยกันแค่ ไทย-เขมร ไม่มีประเทศที่สามเข้ามาร่วมวง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ธ.ค.68 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ไทม์ไลน์การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ในวันที่ 24 -26 ธ.ค.68 จะมีการประชุมของฝ่ายเลขาฯ ส่วนสถานที่ย้ำว่ายังเป็น จ.จันทบุรี และในวันที่ 27 ธ.ค.จะเป็นการประชุม รมว.กลาโหมไทย และ รมว.กลาโหมกัมพูชา ภายหลังการประชุมเสร็จเรียบร้อย จะแถลงข่าวให้ประชาชนได้รับทราบ
ทั้งนี้ผลความสําเร็จของการประชุมจีบีซี จะสําเร็จได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชา เพราะปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่ม และจะจบลงด้วยที่กัมพูชาจะแสดงความจริงใจและต่อเนื่องในการยึดตามข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ตกลงกันไว้ตลอดมา ตั้งแต่ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ผลการประชุมจีบีซี ในห้วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ยืนยันสถานที่ยังเป็น จ.จันทบุรี
สำหรับกรณีที่กัมพูชาขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมเป็นมาเลเซียนั้น ยอมรับว่า ประเทศมาเลเซียเป็นจุดแรกที่กัมพูชาเสนอขอมา แต่ฝ่ายไทยยืนยันว่า จ.จันทบุรี มีความปลอดภัย และเดิมมีแผนที่จะจัดที่ จ.จันทบุรี ตั้งแต่แรกอยู่แล้วก่อนที่จะมีการปะทะเกิดขึ้น จึงมองว่ายังคงเป็น จ.จันทบุรี
ส่วนเนื้อหาที่จะหารือกันในการประชุมจีบีซี ว่ามีเรื่องอะไรบ้างนั้น เป็นประเด็นที่พูดคุยกันและมีความขัดแย้งกัน ต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาว่าจะมาพบกันได้อย่างไร คงต้องเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามในส่วนของฝ่ายเลขาฯ จีบีซี จะมีเนื้อหาประชุมอะไรบ้าง
“ฝ่ายกัมพูชาก็ยังไม่หยุด มีการสร้างวาทกรรม สิ่งที่เขาพูดออกมาและการกระทำตรงข้ามกับ สิ่งที่เราอยากจะได้ในการประชุม จีบีซี เมื่อเราเปิดโอกาสให้พูดคุยก็คาดหวังว่าทางฝ่ายกัมพูชาจะแสดงความจริงใจหยุดจริง และต้องต่อเนื่อง”
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวยืนยันว่า การประชุมประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชาที่จะต้องแสดงความจริงใจ ซึ่งเรามีประเด็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องทุ่นระเบิดคืออาวุธสังหารบุคคล ไม่ใช่ทำร้ายแค่กำลังพลทหาร ประชาชนก็ได้รับผลกระทบและเป็นสิ่งอันตรายต้องรีบเก็บกู้ เพราะฉะนั้นฝ่ายกัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการดำเนินการตรงนี้โดยไม่มีข้ออ้างใดๆ
เหมือนที่ผ่านมาที่ระบุว่ารอให้สํารวจการปักปันเขตแดนก่อน แล้วค่อยเก็บกู้ อันนี้เชื่อว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่กัมพูชาต้องทำคือแสดงความจริงใจ เพราะอาเซียนก็รับรองว่าทุ่นระเบิดเป็นอาวุธ และมีความเป็นอันตราย และเรามีคณะสังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT ในการตรวจสอบ ทุกอย่างมีกลไกในระดับทวิภาคี ช่วยตรวจสอบอยู่แล้ว
ประชุม จีบีซี ที่จันทบุรีไม่มีเปลี่ยน
“ส่วนความเสี่ยงการประชุมจะล่มหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกัมพูชา ไทยเรามีจุดยืนชัดเจน เรามีเงื่อนไขและเหตุและผล ซึ่งเป็นเหตุผลหลักสากล เพราะฉะนั้นจะล่มหรือไม่ล่มขึ้นอยู่กับกัมพูชา” พร้อมทั้งยืนหยัดว่า การประชุมจีบีซีมีเพียงไทยกับกัมพูชาไม่มีประเทศผู้สังเกตการณ์อย่างมาเลเซีย
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวย้ำถึงขั้นตอนการประชุมจีบีซีว่า ในช่วงของการประชุมฝ่ายเลขาฯ จีบีซี จะมาถกแถลงพูดคุยกัน หยิบยกประเด็นว่าจะมีเรื่องอะไรนําเสนอในที่ประชุมใหญ่ โดยรายละเอียดเหล่านี้ทางฝ่ายเลขาฯ จีบีซี จะเป็นผู้กําหนดและหารือให้ได้ข้อยุติให้ได้มากที่สุด ก่อนจะประชุมใหญ่ของรัฐมนตรีกลาโหมสองประเทศมาสรุปประเด็นต่างๆ ที่ยังไม่เรียบร้อย เพื่อนําไปสู่การลงนามหรือมติข้อตกลงระหว่างกัน ในขณะ จ.จันทบุรี ก็ต้องเฝ้าระวัง ดูแลความปลอดภัยในประเทศไทยในหน้าที่ของเจ้าบ้านเราก็ต้องดูแลผู้มาเยือนด้วย
ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวย้ำ ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ที่กัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นแถลงการณ์ของประธาน ภาพรวมได้สะท้อนความเห็นและความห่วงใยของประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมเกี่ยวกับสถานการณ์การปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชาในขณะนี้
แต่ในข้อ 8 ของแถลงการณ์ของประธานสอดรับกับท่าทีของไทยที่ได้ชี้แจงมาโดยตลอดในทุกเวที รวมถึงการหารือกับประเทศต่างๆ ที่ติดตามการดําเนินการการปฏิบัติการของทั้งสองฝ่าย
คุยกันแค่ไทยกับเขมร ไม่มีประเทศที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยขอให้ 2 ประเทศกลับมาสู่การเจรจาหารือระหว่างกันรวมถึงในกรอบทวิภาคีหรือกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ซึ่งเป็นท่าทีของประเทศไทยมาตลอด ประเด็นปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา ความสําคัญตรงนั้นต้องมาคุยกัน 2 ประเทศ โดยไม่มีประเทศที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาประเทศที่สามได้แสดงความเป็นห่วงและสนับสนุนให้ 2 ประเทศหันมาคุยกัน
นอกจากนี้ที่ประชุมเรียกร้องทั้ง 2 ฝ่ายรื้อฟื้นความร่วมมือการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายไทยชี้แจงมาโดยตลอดว่า เป็นหัวใจของการปฏิบัติของฝ่ายไทยที่มีความจําเป็นจะต้องตอบโต้ เนื่องจากเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด 8 ครั้ง และในข้อ 9 ที่มีกําหนดวันการหารือทั้งสองฝ่ายคือกรอบ จีบีซี
“การประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวไม่สามารถนําไปสู่การหยุดยิงในพื้นที่สิ่งที่ไทยต้องการ และเป็นเป้าหมายสําคัญให้หารือขั้นตอนที่จะนําไปสู่การลดระดับความตึงเครียดเพื่อที่จะนําไปสู่การหยุดยิงที่ยั่งยืนและปฏิบัติได้จริง”
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การประชุม GBC ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
ที่มา – กองทัพยัน ประชุม จีบีซี ที่จันทบุรีไม่มีเปลี่ยน จะล่มหรือไม่อยู่ที่เขมร ลั่นไม่มีประเทศที่สาม