กรมเจ้าท่ายันไม่มีเรือชักธงไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ
ในสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก กรมเจ้าท่าได้ออกมาประกาศข่าวดีให้คนไทยโล่งใจ โดยกรมเจ้าท่ายันไม่มีเรือชักธงไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ แต่พบลูกเรือไทยจำนวน 36 คนที่กำลังพักอยู่อย่างปลอดภัยที่ท่าเรือในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ข่าวนี้มาจากการแถลงของศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567
กรมเจ้าท่ายันไม่มีเรือชักธงไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนในการแถลงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ปัจจุบันไม่มีเรือที่ชักธงชาติไทยหรือถือสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหรืออ่าวอาหรับแต่อย่างใด ข้อมูลนี้ช่วยคลายความกังวลของครอบครัวลูกเรือไทยและอุตสาหกรรมการเดินเรือของไทยที่กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
รายละเอียดเหตุการณ์เรือมยุรีนารี
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 เรือสินค้ามยุรีนารีถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตัวเรือเสียหายที่ส่วนท้าย และมีลูกเรือ 3 คนยังอยู่ในสถานะที่ต้องค้นหาและช่วยเหลือ กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ประสานงานกับทางการโอมานเพื่อเข้าดำเนินการกู้เรือและช่วยเหลือลูกเรือทันที แม้เหตุการณ์นี้จะน่าตกใจ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
สถานะลูกเรือไทย 36 คนที่ท่าเรือยูเออี
แม้จะไม่มีเรือไทยโดยตรง แต่มีเรือของบริษัทพรีเชียส ชิปปิ้ง (Precious Shipping) ซึ่งเป็นบริษัทไทย แต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าที่ประเทศยูเออี 2 ลำ โดยมีลูกเรือไทยรวม 36 คน ดังนี้
- เรือลำแรก: ลูกเรือไทย 14 คน และลูกเรือชาวอินเดีย 8 คน ทุกคนปลอดภัยดี
- เรือลำที่สอง: ลูกเรือไทยทั้งหมด 22 คน สถานะปกติ ไม่มีอันตราย
อธิบดีกรมเจ้าท่ายืนยันว่าเรือทั้งสองลำจอดอยู่นอกพื้นที่เสี่ยง และลูกเรือทุกคนได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดผ่านทางสถานทูตไทยในยูเออี
ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อการค้าโลกและไทย
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่า 20% ของโลก ทำให้เป็นจุด hotspot ในความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและชาติอาหรับ สถานการณ์ล่าสุดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้เรือสินค้าต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายการขนส่งที่สูงขึ้น ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก ก็ได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยกรมเจ้าท่าได้ออกแนวปฏิบัติสำหรับเรือไทยในภูมิภาคนี้ เช่น การติดตาม AIS แบบเรียลไทม์ และการประสานงานกับกองทัพเรือ
นอกจากนี้ บริษัทพรีเชียส ชิปปิ้ง เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเรือบรรทุกของไทยที่มีกองเรือขนาดใหญ่ กระจายธงชาติหลายประเทศเพื่อลดต้นทุนภาษีและประกันภัย แม้ธงสิงคโปร์ แต่ลูกเรือไทยยังคงได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบจากรัฐบาลไทย
มาตรการของรัฐบาลไทยในการดูแลลูกเรือ
รัฐบาลไทย โดยกระทรวงคมนาคมและการต่างประเทศ ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มีการประสานกับพันธมิตรนานาชาติ เช่น สิงคโปร์และยูเออี เพื่อให้ข้อมูลอัปเดตทันที นอกจากนี้ ยังมีกองทุนช่วยเหลือลูกเรือที่ประสบภัย ซึ่งครอบครัวสามารถติดต่อได้ที่กรมเจ้าท่าโดยตรง
จากข้อมูลทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบเฝ้าระวังของไทยที่ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของลูกเรือได้อย่างดีเยี่ยม แม้ในพื้นที่เสี่ยงสูง
ข้อคิดเห็น: เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่าการเดินเรือในตะวันออกกลางต้องระมัดระวังยิ่งขึ้น แต่ด้วยการตอบสนองที่รวดเร็วของกรมเจ้าท่า ลูกเรือไทยทุกคนยังคงปลอดภัย สะท้อนถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อประชาชน
เรียกให้ลงมือ: หากคุณเป็นครอบครัวลูกเรือหรือสนใจข่าวการเดินเรือ ติดตามอัปเดตจากกรมเจ้าท่าและแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงคนที่ต้องการ知道 หากมีประสบการณ์ส่วนตัว สามารถแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
ที่มา – กรมเจ้าท่า ยันไม่มีเรือชักธงไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ พบ 36 ลูกเรือไทย อยู่ท่าเรือยูเออี