กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 13 ฝนตกหนัก

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 13 ซึ่งเป็นประกาศฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย เตือนประชาชนให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดในช่วง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก รวมถึงภาคใต้ เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงในบางพื้นที่

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ลงวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า ประเทศไทยยังคงได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกันยังมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมหลายพื้นที่ ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 13

ประกาศฉบับนี้ถือเป็นการแจ้งเตือนครั้งสำคัญสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพราะฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหรือฝนตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำรอการระบายได้ ประชาชนควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน พร้อมเตรียมสิ่งของจำเป็นให้พร้อมหากต้องเดินทางในช่วงที่มีฝนตก

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 13 เตือนพื้นที่ใดบ้าง

ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 พื้นที่ที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมีหลายจังหวัด โดยกรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศและการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง รายชื่อจังหวัดที่ควรเฝ้าระวังมีดังนี้

  • ภาคเหนือ ได้แก่ กำแพงเพชร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์
  • ภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับประชาชนในจังหวัดที่มีรายชื่อ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเกิดฝนตกหนัก หากพบว่ามีน้ำเริ่มไหลเข้าบ้านหรือระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและเตรียมพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย ไม่ควรอยู่ใกล้เสาไฟฟ้า ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงมีลมกระโชกแรง

ผลกระทบต่อการเดินทางและการใช้ชีวิต

ฝนตกหนักอาจทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง และเกิดปัญหาการจราจรติดขัด ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น ไม่ควรฝ่ากระแสน้ำหรือขับรถผ่านบริเวณที่ไม่สามารถประเมินระดับน้ำได้ เพราะอาจทำให้รถเสียหลักหรือเครื่องยนต์ดับได้

ผู้ที่ต้องเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ควรเตรียมเสื้อกันฝนและตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง ส่วนผู้ปกครองควรติดตามประกาศของโรงเรียนหรือหน่วยงานท้องถิ่น หากพื้นที่มีน้ำท่วมขังหรือมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และวางแผนเส้นทางสำรองเอาไว้ล่วงหน้า

นอกจากฝนตกหนักแล้ว ยังต้องระวังฟ้าผ่าและลมกระโชกแรงในช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ประชาชนควรอยู่ภายในอาคารที่มั่นคง ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น หากอยู่กลางแจ้งควรหลีกเลี่ยงการยืนใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือบริเวณที่มีโครงสร้างโลหะ

เตือนชาวเรือทะเลอันดามันและอ่าวไทย

บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ในจุดที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือและผู้ประกอบการเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากฝั่งอย่างละเอียด ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีกลุ่มฝนฟ้าคะนอง หากพบสภาพคลื่นลมรุนแรงควรเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ระบุว่า ประกาศฉบับที่ 13 จะเป็นประกาศฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ประชาชนจึงไม่ควรละเลยการติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทรศัพท์สายด่วน 1182 และหมายเลข 0-2399-4012-13 ตลอด 24 ชั่วโมง

สรุปแล้ว กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 13 ขอให้ประชาชนในหลายจังหวัดเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรง การเตรียมตัวล่วงหน้า ตรวจสอบเส้นทาง และติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ทุกคนรับมือกับสภาพอากาศได้ดีขึ้น

แม้จะเป็นประกาศฉบับสุดท้าย แต่ประชาชนควรใช้ข้อมูลสภาพอากาศประกอบการตัดสินใจในแต่ละวัน หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวเป็นอันดับแรก

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ13 ฉบับสุดท้าย จับตา24ชม. ฝนตกหนักถึงหนักมาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *