กรมชลฯ รับมือ ฝนหลงฤดู ปะทะ คัลแมกี อยุธยาอ่วม

กรมชลฯ รับน้ำเจ้าพระยาพีคสุด! นครสวรรค์น้ำแตะ 3,000 ลบ.ม./วินาที ฝนหลงฤดูถล่มหนัก ปะทะคัลแมกี ซ้ำเติม ภาคกลาง อยุธยา จ่อรับน้ำเพิ่มอีก 30–40 ซม.

วันที่ 5 พ.ย. 2568 นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปีนี้ลักษณะฝนแปลก ฝนหลงฤดูและยังมีพายุมาเพิ่มอีกลูกใหญ่ ต้องจับตาทั้งสัปดาห์ โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งให้กรมชล บริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบที่สุด เพื่อลดฝนกระทบกับประชาชนและเกษตรกรให้มากที่สุด

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ากังวลเรื่องพายุคัลแมกี ที่คาดว่าจะเคลื่อนเข้ามาช่วงวันที่ 7 พ.ย. 2568 ซึ่งอาจทำให้ฝนตกซ้ำในหลายพื้นที่ที่ระดับน้ำยังสูงอยู่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง หากฝนตกพร้อมกันกับปริมาณน้ำที่ไหลหลากในแหล่งน้ำมาสมทบกัน อาจกระทบพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาได้

สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำในช่วงฤโฝนที่ผ่านมามาก แต่หากนำปริมาณฝนหลงฤดูในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่าช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีปริมาณฝนมากกว่าช่วงฤดูฝนทั้งฤดูกาล

ดังนั้นกรมทชลประทานต้องบริหารจัดการบริมาณน้ำให้แหล่งน้ำ โดยจังหวัดนครสวรรค์น่าจะถึงระดับสูงสุดภายในวันที่ 5 -6 พ.ย.นี้ และมีแนวโน้มพีคเกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที สูงกว่ารอบก่อนหน้าในช่วงฤดูฝนที่ไม่ถึง 2,900 ลบ.ม./วิทั้งนี้ น้ำที่หลากมาส่วนใหญ่เป็นน้ำฝนจากพื้นที่ตอนบน ไม่ได้มาจากเขื่อน โดยเฉพาะจากแม่น้ำน่านฝั่งขวา และแม่น้ำยมฝั่งตะวันตก ที่จะมาสมทบกับน้ำฝน อาจไหลลงสมทบยังนครสวรรค์ในระยะต่อไป

กรมชลประทานเตรียมแผนระบายน้ำเพิ่มจาก 2,500 ล้านลบ.ม./วินาที เป็น 2,700 ล้านลบ.ม. /วินาที เพื่อรองรับน้ำเหนือ จากช่วงฤดูฝนน้ำเคยระบายน้ำลงไปแล้ง 1 เมตร แต่ปัจจุบันน้ำกลับมาเท่าเดิม และคาดว่าระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะสูงขึ้นอีกประมาณ 30–40 เซนติเมตร และพื้นที่เสี่ยงยังคงเป็นจังหวัดเดิมที่ได้รับผลกระทบในช่วงฝนที่ผ่านมา ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณโผงเผง บางบาล บางไทร ที่มีแนวโน้มน้ำท่วมเพิ่มขึ้น

“น้ำรอบนี้เยอะจริง ใกล้เคียงกับปี 2565 รวมถึงปี 2549 ที่เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่ยังอยู่ในลำน้ำเป็นส่วนใหญ่ และการบริหารจัดการยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ เขื่อนเจ้าพระยายังระบายเท่าฤดูฝนที่ผ่านมา คือ 2,500 ล้านลบ.ม.ต่อวินาที และมีแนวโน้มจะต้องเพิ่มการระบายเป็น 2,700 ล้านลบ.ม.ต่อวินาที ”

นายธเนศร์ กล่าวว่า ปีนี้สังเกตง่ายๆที่ไหนเคยน้ำท่วม ฝนหลงฤดู และพายุคัลแมกีรอบนี้ก็จะมีอิทธิพล ทำให้น้ำท่วมได้ รวมถึงกรุงเทพฯ นนทบุรี หรือปริมณฑลที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำขึ้นในช่วงพีค และน้ำฝนรอระบาย ส่วนพื้นที่ที่ไม่เคยท่วม ก็ยังไม่น่าจะได้รับผลกระทบ ประชาชนใน กรุงเทพฯ ตอนเหนือ เช่น แจ้งวัฒนะ–หลักสี่–ดอนเมือง ให้เฝ้าระวังน้ำรอการระบายจากฝนตกในพื้นที่ ซึ่งอาจเกิดภาวะน้ำท่วมขังเฉพาะจุดได้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

 

กรมชล ตั้งรับฝนหลงฤดู ปะทะ คัลแมกี ภาคกลาง อยุธยาท่วมสูงกว่าเก่า 40 ซม.

สถานการณ์ ฝนหลงฤดู ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคกลางที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมถึง 40 เซนติเมตร กรมชลประทานกำลังเร่งดำเนินการเพื่อรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ฝนหลงฤดู ครั้งนี้มาพร้อมกับความกังวลเกี่ยวกับพายุคัลแมกี ที่คาดว่าจะเข้าประเทศไทยในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนตกหนักซ้ำเติมในพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้ว

กรมชลฯ เตรียมแผนรับมือ ฝนหลงฤดู อย่างไร?

กรมชลประทานได้เตรียมแผนระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมา โดยจะเพิ่มการระบายน้ำจาก 2,500 ล้าน ลบ.ม./วินาที เป็น 2,700 ล้าน ลบ.ม./วินาที นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจาก ฝนหลงฤดู และน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา

  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและอพยพไปยังที่ปลอดภัยหากจำเป็น
  • ตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำในบริเวณบ้าน เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง

สถานการณ์ ฝนหลงฤดู ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยอย่างมาก ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและรักษาทรัพยากรน้ำให้ยั่งยืน

ที่มา – กรมชล ตั้งรับฝนหลงฤดู ปะทะ คัลแมกี ภาคกลาง อยุธยาท่วมสูงกว่าเก่า 40 ซม.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *