กพท. เร่งจับ! ผู้บิน โดรนดัดแปลง ใกล้สนามบิน
กพท. แจงที่ประชุมสมช. โดรนดัดแปลง ประสานฝ่ายมั่นคง-ตร.เร่งจับกุมดำเนินคดีผู้บินโดรนผิดกฎหมาย เผยนายกฯไฟเขียวทอท. จัดหาเครื่องแอนตี้โดรน
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 22 ธ.ค.2568 พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมได้หารือถึงกรณีพบโดรนปริศนาบินเข้ามาในพื้นที่ของสนามบินสุวรรณภูมิ
โดย กพท.ในฐานะกำกับดูแลและตรวจสอบการบินพลเรือนในประเทศไทย ได้รายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้นต่อที่ประชุม ว่า ช่วงค่ำของวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่ามีคนพบเห็นโดรนบินเข้ามาในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้บินเข้ามาใกล้สนามบินเกินกว่ารัศมี 9 กิโลเมตร ตามที่ กฎหมาย กพท.กำหนด
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในช่วงที่เกิดเหตุ ทอท.จึงดำเนินการตามแผนความปลอดภัยสนามบิน ประสานไปยังสายการบินต่างๆ ให้เปลี่ยนไปใช้รันเวย์ขึ้นลงในด้านที่ปลอดภัย แทนรันเวย์ฝั่งตะวันออกของสนามบิน ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำการบินในวันดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่า โดรนดังกล่าว ไม่ใช่โดรนปกติที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดบ้านเรา เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโดรนดัดแปลง เนื่องจากหากเป็นโดรนปกติที่ซื้อจากท้องตลาดไทยทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีการติดตั้งซอฟแวร์ห้ามบินเข้าใกล้สนามบินเกินระยะ 9 กม. เอาไว้แล้ว แต่กรณีนี้คาดว่าจะไม่มีการติดตั้งซอฟแวร์เพราะสามารถฝ่าฝืนบินเข้าใกล้สนามบินเกินที่กฎหมายกำหนด
“โดรนที่บินรุกล้ำเข้ามาในสนามบินครั้งนี้ เราสามารถตรวจจับเจอ แต่ยังจับกุมไม่ได้ เพราะการจับกุมต้องมีอุปกรณ์ ขณะนี้ทอท.ได้ประสานข้อมูลไปยังฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร เพื่อเร่งจับกุมดำเนินคดีผู้บินโดรนฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว คาดว่าจะจับกุมได้ในเร็วๆ นี้”
พล.อ.อ.มนัท กล่าวว่า ปกติสนามบินจะมีระบบแอนตี้โดรนไว้ดูแลความปลอดภัย ซึ่งภายในสนามบินสุวรรณภูมิก็ติดตั้งระบบไว้ แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด เนื่องจากติดปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงที่กำหนดให้โดรนเป็นยุทธภัณฑ์
ดังนั้น หน่วยงานที่สามารถจัดหาได้ต้องเป็นหน่วยด้านความมั่นคงเท่านั้น ทำให้สนามบินมีข้อจำกัดในการจัดหาโดรน ซึ่งตนได้นำเสนอปัญหาและข้อจำกัดเรื่องนี้ ต่อที่ประชุม สมช.ด้วย
โดยนายอนุทินได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และสั่งการในที่ประชุมให้เร่งแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เป็นข้อจำกัด เพื่อเปิดทางให้ ทอท. สามารถจัดหาเครื่องแอนตี้โดรนได้ แต่การจัดหาจะต้องขออนุญาตไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่สนามบินของไทย
การแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาอุปกรณ์แอนตี้โดรนถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับความปลอดภัยของสนามบินในประเทศไทย การที่ ทอท. สามารถจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้ได้เอง จะช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันภัยทางอากาศ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากโดรนดัดแปลง หรือโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การดำเนินการอย่างรวดเร็วในการจับกุมผู้กระทำผิดที่บินโดรนดัดแปลงในพื้นที่หวงห้าม ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าทางการไทยเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย และพร้อมที่จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง กพท. ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และทหาร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
การบินพลเรือนฯ ประสานตร.-มั่นคง เร่งจับกุมผู้บิน โดรนดัดแปลง บินใกล้สนามบิน
การที่นายกรัฐมนตรีอนุมัติให้ ทอท. จัดหาเครื่องแอนตี้โดรนได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโดรนดัดแปลงที่บินรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่สนามบิน การมีเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและจัดการกับภัยคุกคามจากโดรนได้อย่างทันท่วงที
ทำไมต้องเร่งจัดการปัญหา โดรนดัดแปลง ใกล้สนามบิน?
การที่โดรนบินเข้าใกล้สนามบินถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความปลอดภัยทางการบิน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ การที่โดรนดัดแปลงสามารถหลีกเลี่ยงระบบป้องกันที่มีอยู่ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบป้องกันให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนฯ ประสานตร.-มั่นคง เร่งจับกุมผู้บิน โดรนดัดแปลง บินใกล้สนามบิน เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป การตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราสามารถป้องกันภัยคุกคามจากโดรน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารและประชาชนทั่วไปได้
ที่มา – การบินพลเรือนฯ ประสานตร.-มั่นคง เร่งจับกุมผู้บิน โดรนดัดแปลง บินใกล้สนามบิน