กกท.เดินหน้า! ต่อสัญญาโมโตจีพี-เสนอจัด F1
จากประเด็นการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวทางการบริหารงานต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของกีฬามีประเด็นเรื่องของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตร 1 (ฟอร์มูล่าวัน) และการต่อสัญญาเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ที่สัญญาเดิมจะหมดลงในปี 2026 นั้น หลายคนอาจกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบต่อแผนงานที่วางไว้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีต่อการดำเนินการเรื่อง กกท. เดินหน้า! ต่อสัญญาโมโตจีพี-เสนอจัด F1 ได้รับการเปิดเผยว่า ในส่วนของ กกท. เราย้ำตลอดว่าโมโตจีพีควรจะต้องได้รับการต่อสัญญา ไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำทางการเมืองก็ตาม เรามองถึงประโยชน์ที่จะได้รับ โมโตจีพีสามารถสร้างกระแสในระดับรากหญ้า เข้าถึงคนได้เยอะ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นทุกปี ถ้ายิ่งต่อสัญญามูลค่าก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพัฒนานักกีฬา ถ้าหากประเทศไทยไม่ได้เป็นเจ้าภาพก็จะเสียทั้งมิติด้านกีฬาและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นไม่ว่าใครจะเข้ามาเราก็จะเสนอให้ต่อสัญญา ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอนำเข้าประชุมครม.อีกครั้งหนึ่ง” ดร.ก้องศักด กล่าวถึงความสำคัญของ กกท. เดินหน้า! ต่อสัญญาโมโตจีพี-เสนอจัด F1
กกท. เดินหน้า! ต่อสัญญาโมโตจีพี-เสนอจัด F1
ผู้ว่ากกท. ยังกล่าวถึงเอฟวัน ซึ่งเป็นนโยบายที่เคยมีการผลักดัน ว่า อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่กกท. ก็ยืนยันว่าเราได้พิจารณาแล้วว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีมิติที่จะได้ประโยชน์ในการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งคุ้มค่าแน่นอน แต่จะจัดในรูปแบบใดสามารถมาคุยกันได้ เพราะไม่ได้มีทางเลือกแค่จตุจักรที่เดียว อาจจะเป็นเมืองอื่น เช่นชลบุรีก็ได้
กกท. ยืนยันเดินหน้าต่อสัญญาโมโตจีพีและเสนอจัด F1
ประเด็นสำคัญที่ กกท. ให้ความสำคัญคืออะไรบ้าง?
- การต่อสัญญาโมโตจีพี จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและพัฒนานักกีฬา
- การเสนอตัวจัด F1 เป็นโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ดร.ก้องศักด ยังกล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่อง กกท. เดินหน้า! ต่อสัญญาโมโตจีพี-เสนอจัด F1 ว่า “เราไม่หยุดการเสนอตัว เพราะทำบันทึกข้อตกลงกับเอฟวันไปแล้ว คงยกเลิกไม่ได้ แต่จะต้องปรึกษาในเชิงนโยบายว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ เพราะยังไงก็มีเวลาถึงปี 2029 อยู่แล้ว”
จากคำกล่าวของผู้ว่าการ กกท. ทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในส่วนของ กกท. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสัญญาโมโตจีพีและการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 ซึ่งทั้งสองรายการนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาวงการกีฬาและการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก
การที่ กกท. ยืนยันที่จะเดินหน้าต่อในทั้งสองโครงการ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการกีฬาของประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังนักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการกีฬาว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนและการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก
ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือการประชุม ครม. ที่จะมีการนำเสนอเรื่องการต่อสัญญาโมโตจีพี และการหารือในเชิงนโยบายเกี่ยวกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 ซึ่งผลการประชุมดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของวงการกีฬาไทยในอนาคต
ในฐานะคนไทย เราคงต้องร่วมกันเป็นกำลังใจให้ กกท. สามารถผลักดันโครงการเหล่านี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและสร้างโอกาสให้กับนักกีฬาไทยได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่
ที่มา – กกท. ไม่หวั่นแม้การเมืองเปลี่ยนขั้ว ลุยต่อสัญญาโมโตจีพี-เสนอจัดF1