Grab แนวโน้มรายได้ปีนี้ต่ำกว่าคาด หลังบริการเรียกรถในเอเชียชะลอตัว

สวัสดีเพื่อนๆ นักลงทุนและคนที่สนใจข่าวธุรกิจเทคในเอเชียครับ วันนี้เรามาคุยกันถึงประเด็นร้อน Grab แนวโน้มรายได้ปีนี้ต่ำกว่าคาด หลังบริการเรียกรถในเอเชียชะลอตัว ซึ่งเป็นข่าวที่ทำให้นักลงทุนหลายคนต้องจับตา เพราะ Grab เป็นยักษ์ใหญ่ด้านบริการเรียกรถและเดลิเวอรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Grab แนวโน้มรายได้ปีนี้ต่ำกว่าคาด หลังบริการเรียกรถในเอเชียชะลอตัว

บริษัท Grab Holdings ผู้ให้บริการเรียกรถรับส่งและส่งอาหารที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ ได้ออกมาแจ้งคาดการณ์ยอดขายในปี 2569 (2026) ว่าจะอยู่ที่ 4.04 – 4.10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.13 พันล้านดอลลาร์ สัญญาณนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดเรียกรถและบริการส่งอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญแรงกดดัน จากผู้บริโภคที่มีความเชื่อมั่นลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ผลประกอบการล่าสุดของ Grab

ในไตรมาส 4 ปี 2568 (Q4/2025) Grab มีรายได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวัง แต่เมื่อดูภาพรวมทั้งปี บริษัททำกำไรสุทธิได้เป็นปีแรก! ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสำคัญหลังจากลงทุนหนักมานาน นอกจากนี้ Grab ยังประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งที่สอง เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นและใช้ประโยชน์จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลง

อย่างไรก็ตาม หุ้นของ Grab ร่วงลงกว่า 7% ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังประกาศข่าวนี้ และราคาหุ้นลดลงราว 35% จากจุดสูงสุดในเดือนกันยายนปีที่แล้ว นักลงทุนกังวลกับแนวโน้มที่ชะลอตัว โดยเฉพาะบริการเรียกรถที่เป็นหัวใจหลัก

การแข่งขันดุเดือดและกลยุทธ์ปรับตัว

Grab ใช้เวลาหลายปีทุ่มทุนชิงส่วนแบ่งตลาด แต่ยังเจอคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง GoTo Group ในอินโดนีเซีย ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา Grab จึงปรับกลยุทธ์ดึงดูดผู้ใช้ด้วยบริการเรียกรถร่วม (Shared rides) การจัดส่งสินค้าแบบใหม่ และชะลอการขยายธุรกิจที่เคยเร่งรัดมาก่อนหน้านี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 20% จนถึงปี 2571 (2028) ซึ่งดูเป็นเป้าหมายที่ท้าทายแต่เป็นไปได้หากเศรษฐกิจฟื้น

  • จุดเด่นปี 2568: กำไรสุทธิครั้งแรก
  • แผน buyback: 500 ล้านดอลลาร์ ครั้งที่ 2
  • คู่แข่งหลัก: GoTo Group
  • กลยุทธ์ใหม่: Shared rides, ชะลอขยาย, เป้า CAGR 20%

แม้ Grab แนวโน้มรายได้ปีนี้ต่ำกว่าคาด หลังบริการเรียกรถในเอเชียชะลอตัว จะเป็นสัญญาณเตือน แต่บริษัทมีฐานผู้ใช้ที่แข็งแกร่งใน 8 ประเทศ และกำลังผลักดันนวัตกรรม เช่น AI ในบริการเดลิเวอรี หากผู้บริโภคกลับมาใช้จ่ายมากขึ้น Grab น่าจะพลิกเกมได้

มุมมองส่วนตัวนะครับ แม้ short-term จะกดดัน แต่ long-term Grab ยังมีศักยภาพสูงในตลาดเกิดใหม่ ลองติดตามรายงานไตรมาสต่อไปดูครับ ใครถือหุ้น Grab อยู่ อย่าพึ่งใจร้อนขายนะ!

ติดตามข่าวอัปเดตเศรษฐกิจและหุ้นเอเชียได้ที่บล็อกเรา หรือแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

ที่มา – Grab แนวโน้มรายได้ปีนี้ต่ำกว่าคาด หลังบริการเรียกรถในเอเชียชะลอตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *