CAAT ขยายเวลา ห้ามบินโดรน ถึง 30 ก.ย.

ประกาศล่าสุด! CAAT ขยายเวลา ห้ามบินโดรน ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนต่อเนื่องถึง 30 กันยายนนี้ มาดูกันว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างที่ต้องรู้

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เรื่องการห้ามบินโดรนในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2568 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

การขยายเวลาครั้งนี้เป็นผลมาจากการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งยังคงมีความจำเป็นในการควบคุมพื้นที่บางส่วนเพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม CAAT เข้าใจถึงความจำเป็นของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ต้องใช้งานโดรน จึงได้มีการผ่อนคลายให้สามารถทำการบินได้ในหลายพื้นที่ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

CAAT ขยายเวลา ห้ามบินโดรน ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน ถึงวันที่ 30 ก.ย.

พื้นที่ที่ยังคงถูกห้ามบินโดรนโดยเด็ดขาด ได้แก่

  • 5 จังหวัดชายแดนที่ประกาศกฎอัยการศึกหรือมีกองกำลังภาคพื้น ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี
  • พื้นที่อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี, อำเภอเมือง จ.ระยอง, อำเภอพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และอำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
  • พื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบิน รวมถึงสนามบินโคกกระเทียม จ.ลพบุรี และสนามบินประจวบฯ
  • พื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ

เงื่อนไขสำคัญในการปฏิบัติการบินโดรน

เพื่อให้การใช้งานโดรนเป็นไปอย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย ผู้ใช้งานจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:

  • ต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนและอากาศยานกับ CAAT ให้ถูกต้องครบถ้วน
  • ยื่นคำขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดพื้นที่ วันเวลา และวัตถุประสงค์การบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบ UAS Portal (uasportal.caat.or.th) และแจ้งต่อ ศูนย์ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (ศบตอ.น.) อีเมล: [email protected]
  • สามารถบินได้ในเวลา 06.00–18.00 น. หากต้องการบินนอกช่วงเวลาดังกล่าว ต้องขออนุญาตจาก CAAT แต่ห้ามบินในช่วงเวลา 00.01–04.00 น. ทุกกรณี
  • การปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนด ต้องยื่นคำขออนุญาตเพิ่มเติมต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal

สำหรับโดรนของหน่วยงานราชการ เช่น ทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรฯ และสำนักข่าวกรองฯ สามารถปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น การแจ้งข้อมูลล่วงหน้าผ่านระบบ UAS Portal และต่อ ศบตอ.น. รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

หากพบเห็นการใช้งานโดรนที่ผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง สามารถแจ้งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทันที โดยแจ้งข้อมูล ได้แก่ วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ผ่านช่องทางดังนี้:

  • กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-568-8851 หรืออีเมล [email protected]
  • ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) โทรศัพท์ 02-126-7846 หรืออีเมล [email protected]
  • ศูนย์แจ้งเหตุใกล้พื้นที่ เช่น สถานีตำรวจท้องที่ หน่วยทหาร หรือหน่วยความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ

CAAT ย้ำว่า การออกประกาศครั้งนี้เป็นไปตามข้อเสนอของหน่วยงานความมั่นคง เพื่อให้มาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งพัฒนาระบบ UAS Portal และขั้นตอนการขออนุญาตให้มีความสะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับการใช้งานจริง เพื่อให้การใช้งานโดรนในประเทศไทยเป็นไปอย่างปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน

ดังนั้น ผู้ใช้งานโดรนควรศึกษาและทำความเข้าใจประกาศนี้อย่างละเอียด เพื่อให้การใช้งานโดรนเป็นไปตามกฎหมายและไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อ CAAT หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง

หากคุณกำลังวางแผนที่จะบินโดรนในช่วงนี้ อย่าลืมตรวจสอบพื้นที่ที่อนุญาตและเงื่อนไขต่างๆ ให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและเพื่อให้การบินของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ที่มา – CAAT ขยายเวลา ห้ามบินโดรน ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน ถึงวันที่ 30 ก.ย.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *