9 ม.ค. ชี้ชะตา บิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่
ศาลปกครองสูงสุด นัด 9 ม.ค. ชี้ชะตา บิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่ หลังนัดอ่านคำพิพากษาคดียื่นฟ้อง ผบ.ตร.กลับพวก มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนไม่ชอบ
เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.), นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 กรณีให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในวันที่ 9 ม.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นวันที่ชี้ชะตาว่า บิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่
คดีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องว่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผบ.ตร. ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผบ.ตร. มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เม.ย. 2567 ให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อน
กรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน กรณีมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ชื่อ BNKMASTER จนถูกดำเนินคดีอาญาและถูกศาลอาญาออกหมายจับ ในความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน จึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อ ก.พ.ค.ตร. แต่ ก.พ.ค.ตร.มีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์
นอกจากนี้ ในกระบวนการพิจารณาคดีนี้ ยังเป็นคดีอื้อฉาวคดีหนึ่งของศาลปกครอง มีการฟ้องร้องกล่าวหาว่า ขบวนการแทรกแซงผลการพิจารณาคดีของคณะตุลาการเจ้าของสำนวน โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีการยื่นฟ้องอาญาต่อผู้บริหารตุลาการศาลปกครองระดับสูงหลายรายต่อศาลอาญาคดีทุจริต
ศาลปกครองสูงสุด นัด 9 ม.ค. ชี้ชะตา บิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่
การพิจารณาคดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การที่เขาถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาและเกิดคำถามมากมาย
หลายฝ่ายต่างจับตามองว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาออกมาในทิศทางใด หากศาลตัดสินว่าคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนไม่ชอบด้วยกฎหมาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็จะมีสิทธิกลับเข้ารับราชการตำรวจได้อีกครั้ง แต่หากศาลตัดสินว่าคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็จะต้องออกจากราชการตำรวจต่อไป
ผลของคำพิพากษาในคดีนี้ไม่เพียงแต่จะมีผลกระทบต่ออนาคตของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระบวนการยุติธรรมของไทยอีกด้วย
ความสำคัญของคำตัดสินคดีบิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่
คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของศาลปกครอง ซึ่งจะต้องตัดสินคดีอย่างเป็นธรรมและเที่ยงตรง โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
สำหรับประชาชนทั่วไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษากฎหมายและหลักธรรมาภิบาลในสังคม การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมาย กลับถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเสียเอง ย่อมเป็นเรื่องที่น่ากังวลและต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
วันที่ 9 มกราคมนี้ ศาลปกครองสูงสุดจะนัดอ่านคำพิพากษาคดี บิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่ ซึ่งจะเป็นวันที่สำคัญที่สังคมจะได้ร่วมกันติดตามและเฝ้ารอผลของการตัดสิน
ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องเคารพคำตัดสินของศาล และร่วมกันสร้างสังคมที่เคารพกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงสืบไป การตัดสินกรณี บิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่ จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญต่อการพิจารณาคดีอื่นๆ ในอนาคต
ที่มา – ศาลปกครองสูงสุด นัด 9 ม.ค. ชี้ชะตา บิ๊กโจ๊ก ได้กลับเป็นตำรวจหรือไม่