ขึ้นค่าตั๋วรถบัส กม.ละ 5 สตางค์ รถตู้ 2 บาท/100กม.
ขึ้นค่าตั๋วรถบัส กม.ละ 5 สตางค์ ส่วนรถตู้ 2 บาทต่อ 100 กม. รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง เป็นข่าวที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ในยุคที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาตรการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อให้สมดุลกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังใจดีตรึงราคาเดิมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
ขึ้นค่าตั๋วรถบัส กม.ละ 5 สตางค์ ส่วนรถตู้ 2 บาทต่อ 100 กม. รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง
จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยกระทรวงคมนาคมเห็นว่าการขนส่งทางถนนทั้งผู้โดยสารและสินค้า ได้รับผลกระทบหนักจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้ต้องปรับค่าโดยสาร
คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางมีมติเห็นชอบ เพราะค่าโดยสารไม่เคยปรับมานาน และปัจจุบันต้นทุนน้ำมันทำให้ผู้ประกอบการขาดทุน หากไม่ปรับอาจลดเที่ยววิ่ง ส่งผลให้เกิดปัญหาการเดินทาง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนเดินทางหนาแน่น
รายละเอียดการปรับขึ้นค่าโดยสาร
- รถโดยสารระหว่างเมืองประเภทรถบัส: ปรับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร หรือ 5 บาทต่อ 100 กิโลเมตร
- รถตู้โดยสาร: ปรับขึ้น 2 บาทต่อ 100 กิโลเมตร
- มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2567 เป็นต้นไป หลังช่วงสงกรานต์
สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรมการขนส่งทางบกและ บขส. ตัดสินใจตรึงค่าโดยสารเดิมระหว่างวันที่ 6-19 เมษายน เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องราคา โดยรถ บขส. และรถร่วมบริการจะเก็บค่าโดยสารในอัตราดั้งเดิม
ผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและมาตรการช่วยเหลือ
นอกจากผู้โดยสารแล้ว ภาคการขนส่งสินค้าก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน กรมฯ ได้จัดทำดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าตามราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งมีสัดส่วนถึง 45% ของต้นทุนทั้งหมด เพื่อให้ผู้ว่าจ้างและผู้ประกอบการเจรจาค่าขนส่งได้อย่างเป็นธรรม
การขึ้นค่าตั๋วรถบัส กม.ละ 5 สตางค์ ส่วนรถตู้ 2 บาทต่อ 100 กม. รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง นี้ ถือเป็นการปรับที่สมเหตุสมผล เพราะราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบันอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระหนัก หากไม่ปรับอาจเกิดปัญหาการขาดแคลนรถโดยสาร โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ-ภาคเหนือ หรือกรุงเทพฯ-ภาคอีสาน
ในมุมมองของผู้บริโภค การปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยนี้ยังไม่กระทบมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขึ้นราคาน้ำมันที่พุ่งเกือบ 10 บาทต่อลิตร ผู้โดยสารส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ และหลายคนหันมาใช้บริการรถไฟหรือเครื่องบินแทน แต่สำหรับคนที่ไม่มีทางเลือก รถบัสและรถตู้ยังคงเป็นตัวเลือกหลัก
เพื่อให้การเดินทางราบรื่น แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันของ บขส. หรือเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก และติดตามประกาศอัพเดทราคาน้ำมัน ซึ่งอาจมีผลต่อค่าโดยสารในอนาคต
สรุปแล้ว การขึ้นค่าตั๋วรถบัส กม.ละ 5 สตางค์ ส่วนรถตู้ 2 บาทต่อ 100 กม. นี้ช่วยรักษาสมดุลอุตสาหกรรมขนส่ง แต่รัฐบาลควรพิจารณามาตรการ补贴น้ำมันสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาภาระประชาชนในระยะยาว
CTA: หากคุณกำลังวางแผนเดินทางช่วงนี้ อย่าลืมเช็คราคาตั๋วล่าสุดและจองก่อนใคร แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเดินทาง เพื่อช่วยกันอัพเดทข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ขึ้นค่าตั๋วรถบัส กม.ละ 5 สตางค์ ส่วนรถตู้ 2 บาทต่อ 100 กม. รับต้นทุนนํ้ามันพุ่ง